"สิวยุบหมดแล้ว แต่รอยที่ยุบลึกก็ยังไม่หายสักทีค่ะ"
"ทำเลเซอร์มาหลายครั้งแล้ว แต่แผลเป็นที่ลึกก็ยังเหมือนเดิม เป็นเพราะอะไรคะ?"
นี่คือเรื่องที่ผู้ที่กังวลเรื่องแผลเป็นจากสิวมักจะพูดถึงบ่อย ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ค่ะ เนื่องจากก่อนเปิดทำการมีหลายท่านสงสัยเรื่องแผลเป็นกันมาก เราจึงขอเรียบเรียงไว้ให้ในเชิงให้ข้อมูลก่อนนะคะ
ขอบอกข้อสรุปก่อนนะคะ แผลเป็นจากสิวนั้น สิ่งที่ต้องรู้ก่อน 'จะรับหัตถการอะไร' คือ 'แผลเป็นของฉันเป็นชนิดไหน' ค่ะ
หากไม่รู้ชนิดแล้วทำหัตถการเพียงอย่างเดียวซ้ำ ๆ ผลก็จะมาช้าและมีแต่ค่าใช้จ่ายที่สะสมขึ้นได้ง่ายค่ะ แค่อ่าน 3 นาที ไม่ว่าคุณจะไปรับบริการที่ไหน คุณก็จะมองเห็นเกณฑ์ที่ควรใส่ใจค่ะ
แผลเป็นแบ่งใหญ่ ๆ เป็น 'ชนิดยุบ' กับ 'ชนิดนูน' ค่ะ
ก่อนอื่นขอจับกรอบใหญ่ก่อนนะคะ
แผลเป็นจากสิวแบ่งเป็นชนิดยุบที่ผิวบุ๋มเข้าไปด้านใน และชนิดนูนที่ปูดขึ้นมาด้านนอกค่ะ
ชนิดยุบคือกรณีที่คอลลาเจนในชั้นหนังแท้สูญเสียไปจนผิวยุบลง ส่วนชนิดนูนกลับกัน คือกรณีที่คอลลาเจนถูกสร้างมากเกินไปจนปูดขึ้นค่ะ
แม้จะถูกเรียกรวมกันด้วยชื่อ 'แผลเป็นจากสิว' เหมือนกัน แต่ก็เท่ากับว่าสาเหตุตรงข้ามกันค่ะ
ดังนั้นหัตถการที่ดีกับชนิดยุบจึงอาจไม่เหมาะกับชนิดนูน และในทางกลับกันก็เช่นกันค่ะ เหตุผลที่ต้องวินิจฉัยชนิดก่อนก็อยู่ตรงนี้เองค่ะ
แผลเป็นที่ยุบ (ชนิดยุบ) ก็มีคำตอบต่างกันไปตามรูปทรงค่ะ
ชนิดยุบยังแบ่งย่อยตามรูปทรงได้เป็นสามแบบค่ะ เหมือนหลุมอุกกาบาตบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่แต่ละหลุมไม่เหมือนกันเลยค่ะ ㅎㅎ
แผลเป็นยุบทรงกลม (rolling) เป็นรูปทรงที่ยุบเป็นคลื่นกว้าง ๆ และโค้งมนค่ะ มักเป็นกรณีที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ชั้นหนังแท้ดึงผิวลงไป จึงมักใช้แนวทางตัดสายดึงนั้นด้วยการทำ subcision (เซาะแยกใต้ผิว) แล้วเติมด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนค่ะ
แผลเป็นยุบทรงเหลี่ยม (boxcar) จะยุบเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่ขอบเป็นเหลี่ยมชัดค่ะ มักใช้แนวทางทำ subcision ร่วมกับเลเซอร์แบบ fractional เพื่อปรับขอบให้เรียบขึ้นค่ะ
แผลเป็นที่แคบและลึก (icepick) เป็นรูปทรงที่แคบและลึกราวกับถูกของแหลมแทงค่ะ เนื่องจากแคบและลึกจนเลเซอร์ยากที่จะเข้าถึงก้นหลุม จึงมักพิจารณาวิธีอย่างการตัดออกแบบ punch excision (ตัดเจาะออก) หรือ TCA CROSS ที่หยอด TCA ความเข้มข้นสูงลงไปเป็นจุด ๆ ร่วมด้วยค่ะ
แม้จะเป็นชนิดยุบเหมือนกัน แต่วิธีลงมือก็ต่างกันไปตามรูปทรงเช่นนี้ค่ะ (การจะใช้ชุดผสมผสานแบบใดมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ)
แผลเป็นที่นูน (ชนิดนูน) ก็มีแนวทางต่างออกไปอีกค่ะ
ชนิดนูนไม่ใช่การยุบ แต่ปูดขึ้นมา จึงไม่ใช่การเติมเข้าไป แต่ไปในทางทำให้ยุบลงค่ะ
แผลเป็นชนิดนูนแข็ง (hypertrophic) เป็นรูปทรงที่ปูดหนาขึ้นภายในขอบเขตของแผลเป็นเดิม และเมื่อเวลาผ่านไปบางส่วนก็ยุบลงได้ค่ะ
ส่วนคีลอยด์ (keloid) จะลามใหญ่เกินขอบเขตเดิม และค่อนข้างยากที่จะคาดหวังว่าจะดีขึ้นเองตามธรรมชาติค่ะ
ทั้งสองกรณีล้วนนำการฉีดสเตียรอยด์ การกดทับบำบัด หรือเลเซอร์ ฯลฯ มาใช้ค่ะ
โดยเฉพาะคีลอยด์มักมีแนวโน้มจากปัจจัยทางร่างกายและอาจมีประวัติในครอบครัว หากแจ้งล่วงหน้าก่อนทำหัตถการ เราก็จะพิจารณาความเหมาะสมแล้วกำหนดแนวทางค่ะ เพราะเป็นแผลเป็นที่ถ้าฝืนไปแตะต้องอาจกลับยิ่งใหญ่ขึ้นได้ค่ะ
สุดท้ายต้องแก้ด้วย 'การผสมผสาน' ไม่ใช่ 'อย่างเดียว' ค่ะ
ดูมาถึงตรงนี้คงรู้สึกได้นะคะว่า การรักษาแผลเป็นน้อยครั้งที่จะจบลงได้ด้วยหัตถการเดียวค่ะ
ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ subcision เป็นเทคนิคใช้เข็มขนาดเล็กตัดเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในชั้นหนังแท้ที่ดึงรั้งแผลเป็นไว้ค่ะ หากเติมช่องว่างที่ตัดออกด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ก็จะได้ผลในการปรับแต่งเพิ่มขึ้นค่ะ
เลเซอร์ fractional แบบ non-ablative มีข้อจำกัดเรื่องความลึกที่เข้าถึง แผลเป็นยุบทรงกลมหรือทรงเหลี่ยมที่ลึกจึงอาจไม่เพียงพอด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวค่ะ
ดังนั้นจึงดูความลึกและรูปทรงของการยุบ แล้วร้อยเรียง subcision · fractional · ฟิลเลอร์ เข้าด้วยกันทีละขั้นค่ะ
ไม่ว่าคุณจะไปรับบริการที่ใด การมองว่า 'นี่เป็นชุดผสมผสานที่เหมาะกับแผลเป็นของฉันไหม' จะช่วยได้มากกว่าการคิดว่า 'อย่างเดียวก็ครบจบ' ค่ะ
พูดตามตรง ไม่ใช่แผลเป็นที่หายไปในครั้งเดียวค่ะ
ตรงนี้คือส่วนที่เราจะพูดอย่างตรงไปตรงมาที่สุดค่ะ
แผลเป็นจากสิวไม่ใช่สิ่งที่ลบให้สะอาดได้ด้วยหัตถการครั้งเดียว แต่เป็นการรักษาที่สะสมหลายครั้งแล้วค่อย ๆ ปรับแต่งทีละขั้นค่ะ
โดยทั่วไปประมาณ 5~10 ครั้ง เว้นระยะห่าง 4~8 สัปดาห์ ดูการตอบสนองในแต่ละครั้งแล้วปรับความแรงและวิธีของหัตถการครั้งถัดไปอย่างละเอียดค่ะ (จำนวนครั้งที่จำเป็นมีความแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคล ตามชนิดและความลึกของแผลเป็นค่ะ)
และเป้าหมายนั้น การตั้งไว้ที่ 'การปรับปรุงทีละขั้นให้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด' จะสมจริงกว่า 'การกำจัดให้หมดสิ้น' ค่ะ
อีกทั้งระหว่างที่ปรับแต่งแผลเป็นอยู่ หากมีสิวใหม่ขึ้นมาก็อาจเกิดแผลเป็นใหม่ได้ จึงขอให้จำไว้ด้วยว่าการดูแลให้สิวเองยุบลงก็ต้องไปด้วยกันค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. แผลเป็นหายไปจนหมดได้ไหมคะ?
A. แผลเป็นจากสิวนั้น เราตั้งเป้าหมายตามความเป็นจริงไว้ที่การค่อย ๆ ลดลงทีละขั้นมากกว่าการลบให้หมดสิ้นค่ะ เพราะแผลเป็นเป็นสภาวะที่โครงสร้างเปลี่ยนไปลึกถึงชั้นหนังแท้แล้ว จึงยากที่จะคืนกลับเป็นผิวเดิมด้วยหัตถการครั้งเดียวค่ะ เพียงแต่หากสะสมหัตถการที่เหมาะกับชนิดของแผลเป็นซ้ำหลายครั้ง ก็สามารถคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่หลุมตื้นขึ้นและผิวเรียบเนียนขึ้นได้ค่ะ เนื่องจากระดับการปรับปรุงต่างกันไปในแต่ละบุคคลตามชนิดและความลึกของแผลเป็น เราจึงมักจะแจ้งกรอบของการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาก่อนตอนวินิจฉัยค่ะ
Q. รับแค่เลเซอร์อย่างเดียวไม่ได้เหรอคะ?
A. ในบรรดาแผลเป็นจากสิว แบบที่ตื้นนั้นเลเซอร์อย่างเดียวก็ช่วยได้ แต่แผลเป็นที่ลึกมีข้อจำกัดด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะเลเซอร์ fractional แบบ non-ablative มีข้อจำกัดเรื่องความลึกที่เข้าถึง จึงยากที่จะคลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในชั้นหนังแท้ที่ดึงรั้งแผลเป็นลงไปได้ค่ะ ดังนั้นแผลเป็นยุบทรงกลมหรือทรงเหลี่ยมที่ลึกจึงมักใช้ชุดผสมผสานที่ทำ subcision ตัดเนื้อเยื่อเกี่ยวพันก่อน เติมด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แล้วจึงเสริมด้วยเลเซอร์ค่ะ ชุดผสมผสานที่เหมาะอาจแตกต่างกันไปตามรูปทรงของแผลเป็นค่ะ
Q. การรักษาแผลเป็นต้องรับกี่ครั้งคะ?
A. การรักษาแผลเป็นจากสิวโดยทั่วไปเป็นการดูแลระยะยาว ที่สะสมประมาณ 5~10 ครั้ง เว้นระยะห่าง 4~8 สัปดาห์ค่ะ เป็นวิธีที่ไม่ฝืนทำแรง ๆ ในครั้งเดียว แต่ดำเนินการด้วยความแรงแบบประคับประคองในแต่ละครั้ง ดูการตอบสนองแล้วปรับหัตถการครั้งถัดไปอย่างละเอียดค่ะ ทำเช่นนี้จะช่วยลดดาวน์ไทม์และความเสี่ยงรอยดำ ในขณะที่ค่อย ๆ ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้นทีละนิดค่ะ เพียงแต่จำนวนครั้งและระยะห่างที่จำเป็นจะต่างกันไปในแต่ละบุคคลตามชนิดและความลึกของแผลเป็นและสภาพผิว จึงควรกำหนดโดยดูจากสภาพจริงค่ะ
สรุป
สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ
แผลเป็นจากสิว สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์คือการรู้ก่อนว่า 'แผลเป็นของฉันเป็นชนิดยุบหรือชนิดนูน เป็นรูปทรงใด' ไม่ใช่ 'จะทำหัตถการอะไร' ค่ะ
บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความให้ข้อมูลที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)