ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DA Clinicเมียงดง

โบท็อกซ์ เมียงดง 'โบท็อกซ์ที่ดูออก' ไม่ได้เป็นเพราะปริมาณค่ะ

หัตถการ

·หัตถการ

"ได้ยินว่าฉีดโบท็อกซ์แล้วสีหน้าจะดูแข็ง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ จะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"

"ถ้าเวลายิ้มแล้วดูออกจะทำยังไงดี กังวลว่าที่ทำงานจะสังเกตเห็นค่ะ"

นี่คือเรื่องแรก ๆ ที่ผู้ที่ลังเลเรื่องโบท็อกซ์มักหยิบยกขึ้นมาค่ะ

สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^

เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีท่านที่แบกความกังวลนี้มาหากันเยอะมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะคะ

ขอเข้าใจความรู้สึกก่อนเลยค่ะ ความกังวลนั้นเป็นเรื่องที่กังวลได้เลยค่ะ

เพียงแต่ 'ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ' ส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาของตัวหัตถการโบท็อกซ์เองค่ะ

วันนี้แค่อ่าน 3 นาที คุณจะมองเห็นว่าควรใส่ใจอะไรเพื่อคลายความกังวลนั้นค่ะ

โบท็อกซ์ไม่ใช่การ 'กำจัด' กล้ามเนื้อค่ะ

ก่อนอื่น ขอคลายความเข้าใจผิดข้อหนึ่งก่อนเริ่มนะคะ

โบท็อกซ์เป็นหัตถการที่ใช้สารชื่อโบทูลินัมท็อกซิน ลดสัญญาณจากเส้นประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อลงชั่วคราวค่ะ

ไม่ใช่การกำจัดหรือทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตไปเลย แต่เป็นการให้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าที่เคยขยับมากเกินไปได้พักสักครู่ค่ะ

ลองนึกภาพการค่อย ๆ หรี่ปุ่มหมุนปรับระดับเสียงลงเล็กน้อย ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ ㅎㅎ

ดังนั้น "สีหน้าจะหายไป" จึงไม่ใช่ชะตากรรมของตัวยาเอง แต่เป็นเรื่องของ 'ฉีดเท่าไร และฉีดตรงไหน' ค่ะ

เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติคือ 'การฉีดเกิน' ค่ะ

ผลลัพธ์ที่ว่า "ฉีดโบท็อกซ์แล้วดูออก" ส่วนใหญ่ พูดตามตรงว่ามาจากกรณีที่ฉีดเข้าไปมากเกินไปค่ะ

กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าต่างดึงและต้านกันเพื่อรักษาสมดุลอยู่ใช่ไหมคะ

แต่เมื่อฉีดเข้าด้านใดด้านหนึ่งมากเกินความจำเป็น สมดุลนั้นก็พังลง ทำให้สีหน้าดูแข็งหรือซ้ายขวาดูเหลื่อมกันได้ค่ะ

ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ 'ปริมาณมาก' แต่เป็น 'ปริมาณที่พอดี' ค่ะ คือการใช้ของแท้ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น และออกแบบให้ตรงกับตำแหน่งของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าค่ะ

จุดที่ทำให้ความเป็นธรรมชาติแตกต่างกันแม้ใช้ยาตัวเดียวกันก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ

ความเข้าใจผิดข้อสอง ฉีดบ่อยยิ่งดีจริงหรือ?

มีบางท่านที่คิดว่าในเมื่อจะฉีดทั้งที ฉีดบ่อย ๆ ฉีดเยอะ ๆ ไว้ก่อน ผลคงจะอยู่นานกว่าใช่ไหมคะ

แต่ผลของโบท็อกซ์โดยทั่วไปอยู่ราว 3~6 เดือน และเป็นหัตถการที่เมื่อเวลาผ่านไป การทำงานของกล้ามเนื้อจะกลับมาเป็นปกติเองตามธรรมชาติค่ะ (มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

ปัญหาอยู่ที่การทำซ้ำที่ถี่หรือมากเกินไปค่ะ

หากทำซ้ำมากเกินไป ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีต่อตัวยา ทำให้ผลกลับลดลงได้ค่ะ

ดังนั้นแทนที่จะฉีดบ่อยอย่างไม่ลืมหูลืมตา การกำหนดรอบให้สอดคล้องกับจังหวะที่ผลกำลังคลายตัวจะฉลาดกว่าค่ะ

ความเข้าใจผิดข้อสาม ฉีดแล้วสีหน้าเปลี่ยนทันทีจริงหรือ?

มีหลายท่านที่พอฉีดเสร็จก็รีบส่องกระจกเช็กสีหน้าทันทีค่ะ

แต่โบท็อกซ์ไม่ใช่ยาที่ออกฤทธิ์ทันทีที่เข้าไป ทว่าสัญญาณจะค่อย ๆ ลดลงและเข้าที่ในช่วงไม่กี่วันค่ะ

หมายความว่าการที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวันนั้น ไม่ได้แปลว่าฉีดเข้าไปน้อยค่ะ

และอาจมีรอยเขียวช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยปรากฏให้เห็นชั่วครู่ ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ทุเลาลงเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

การไม่ตัดสินผลลัพธ์จากภาพทันทีหลังทำหัตถการ จะทำให้สบายใจกว่าค่ะ

ท่านแบบนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งค่ะ

โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่แนะนำให้ทุกคนทำได้แบบเบา ๆ ค่ะ

ท่านที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และท่านที่มีโรคของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ การเลื่อนหัตถการออกไปและปรึกษากันก่อนจะปลอดภัยกว่าค่ะ

อีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะ "ได้ยินว่าคนอื่นทำกันเยอะ" แต่การตัดสินใจโดยดูจากพฤติกรรมการแสดงสีหน้าและสภาพกล้ามเนื้อของตัวเองต่างหากที่มาก่อนค่ะ

ความเป็นธรรมชาติสุดท้ายแล้วเกิดจาก 'ความกล้าที่จะลดทอน' เราเชื่อเช่นนั้นค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q. ฉีดครั้งหนึ่งแล้วต้องฉีดไปตลอดชีวิตไหมคะ?

A. โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่ฉีดครั้งหนึ่งแล้วต้องฉีดไปตลอดชีวิตค่ะ ผลของโบทูลินัมท็อกซินจะคลายตัวเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป และการทำงานของกล้ามเนื้อก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมค่ะ ดังนั้นแม้จะไม่ฉีดต่อ ก็ไม่ใช่หัตถการที่จะแย่ลงกว่าเดิมหรือมีผลข้างเคียงหลงเหลือค่ะ เพียงแต่เมื่อผลคลายตัวลง ริ้วรอยก็จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิม ผู้ที่อยากคงสภาพนั้นไว้จึงมักกลับมาทำซ้ำตามรอบ ผลโดยทั่วไปอยู่ราว 3~6 เดือน โดยช่วงเวลานี้จะแตกต่างกันไปตามบริเวณ ปริมาณ และระบบเผาผลาญของแต่ละบุคคลค่ะ พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่ 'ภาระตลอดชีวิต' แต่ใกล้เคียงกับ 'การคงสภาพไว้เมื่อต้องการ' มากกว่าค่ะ

Q. คนที่ทำงานจะสังเกตเห็นไหมคะ?

A. หากออกแบบโบท็อกซ์ให้เป็นธรรมชาติด้วยปริมาณที่พอดี ส่วนใหญ่คนรอบข้างจะสังเกตได้ยากว่าได้ทำหัตถการมาค่ะ เพราะไม่ใช่การมัดสีหน้าทั้งหมดไว้ แต่เป็นการลดแรงเฉพาะกล้ามเนื้อที่เคยขยับมากเกินไปเพียงเล็กน้อย สีหน้าตอนยิ้มหรือทำหน้าย่นจึงยังคงอยู่ได้ค่ะ ผลที่ "ดูออก" ส่วนใหญ่จริง ๆ แล้วมาจากกรณีที่ฉีดเข้าไปมากเกินไปค่ะ เพียงแต่ทันทีหลังทำหัตถการ อาจมีรอยเขียวช้ำเล็ก ๆ หรืออาการบวมปรากฏที่บริเวณที่ฉีดได้ชั่วครู่ค่ะ ดังนั้นหากมีกำหนดการหรืองานสำคัญ เราขอแนะนำให้เผื่อเวลาสักสองสามวันก่อนมาทำค่ะ ตัวการฟื้นตัวเองค่อนข้างเร็วค่ะ

Q. หลังฉีดแล้วมีข้อควรระวังไหมคะ?

A. ในวันที่ทำโบท็อกซ์ ควรหลีกเลี่ยงบางอย่างเพื่อให้ยาเข้าที่ค่ะ อันดับแรก โปรดหลีกเลี่ยงการใช้มือถูหรือกดบริเวณที่ฉีด และท่านอนราบทันทีหลังทำหัตถการนะคะ เพื่อไม่ให้ตัวยากระจายไปยังบริเวณอื่นนอกเหนือจากกล้ามเนื้อที่ตั้งใจไว้ค่ะ นอกจากนี้ กิจกรรมที่ให้ความร้อนหรือเพิ่มการไหลเวียนเลือดมากอย่างซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายหนัก ก็ควรงดไว้ตั้งแต่วันที่ทำจนถึงวันรุ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัยค่ะ การดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจทำให้รอยช้ำมากขึ้น จึงควรลดลงสักสองสามวันจะดีค่ะ ผลมักจะค่อย ๆ ปรากฏในช่วง 2 ถึง 7 วัน ดังนั้นแม้วันนั้นจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่ต้องใจร้อนนะคะ

สรุป

สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ

ความเป็นธรรมชาติของโบท็อกซ์เกิดจาก 'ของแท้ · ปริมาณที่พอดี · ตำแหน่งที่แม่นยำ' ไม่ใช่ 'ปริมาณมาก' ค่ะ

หากเคยกังวลว่าจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ก็ขอแค่นำความรู้สึกนั้นมาปรึกษากันได้เลยค่ะ การรักษาที่มีความกล้าจะลดทอน สุดท้ายแล้วนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติค่ะ

บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)