"ฟิลเลอร์ก็เหมือน ๆ กันหมดไม่ใช่เหรอคะ?"
"ถ้าจะทำทั้งที ฉีดที่ราคาถูก ๆ ทีเดียวจบเลยไม่ได้เหรอคะ?"
นี่คือคำพูดที่ผู้ที่กำลังหาข้อมูลฟิลเลอร์มักพูดกันบ่อย ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังจะเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ค่ะ เนื่องจากมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฟิลเลอร์กันเยอะมาก เราจึงอยากสรุปไว้ให้ในเชิงให้ข้อมูลค่ะ
ขอบอกไว้ก่อนเป็นบรรทัดเดียวค่ะ ฟิลเลอร์นั้น 'ฉีดบริเวณไหนและฉีดอย่างไร' เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ มากกว่า 'ผลิตภัณฑ์' ค่ะ
ฟิลเลอร์ สุดท้ายแล้วคือหัตถการ 'เติมเต็ม' ค่ะ
ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่เติมสารหนืดหยุ่น (viscoelastic) เข้าไปในชั้นหนังแท้ เพื่อชดเชยปริมาตรที่ยุบลงและจัดระเบียบเส้นกรอบหน้าค่ะ
สารที่ใช้มากที่สุดคือกรดไฮยาลูรอนิกค่ะ เป็นสารที่มีอยู่ในผิวเราอยู่แล้ว จึงเข้าที่ได้ค่อนข้างดี และข้อดีสำคัญคือหากจำเป็นก็สามารถสลายออกได้อีกครั้งด้วยเอนไซม์ย่อยสลายค่ะ
ทำไมต้องพิจารณาแตกต่างกันในแต่ละบริเวณคะ?
แม้จะเป็นกรดไฮยาลูรอนิกเหมือนกัน แต่คุณสมบัติที่แต่ละบริเวณต้องการนั้นแตกต่างกันค่ะ
บริเวณที่ต้องค้ำยันอย่างแก้มหรือร่องแก้มเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่แข็งและทนทาน ในทางกลับกัน บริเวณที่บางและเคลื่อนไหวบ่อยอย่างริมฝีปากหรือใต้ตา เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่นุ่มและมีแรงยึดเกาะ (cohesivity) ต่างออกไปค่ะ
เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนการใช้เยลลี่นุ่ม ๆ ในจุดที่ต้องตั้งเสาค้ำ และใช้ดินเหนียวแข็ง ๆ ในจุดละเอียดอ่อนอย่างริมฝีปากค่ะ หากฉีดผลิตภัณฑ์ที่ไม่เข้ากับบริเวณ ก็จะจับเป็นก้อนหรือปรากฏให้เห็นได้ง่ายค่ะ
เรื่องที่ควรทราบในแต่ละบริเวณ
หน้าผากและร่องแก้มเป็นจุดที่แรงพยุงสำคัญ การ 'ปรับปริมาณ' ให้ส่วนโค้งดูเป็นธรรมชาติจึงเป็นกุญแจสำคัญค่ะ
ใต้ตาเป็นบริเวณที่ละเอียดอ่อน เพราะผิวบางทำให้ผลิตภัณฑ์ปรากฏให้เห็นหรือจับเป็นก้อนได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบตั้งแต่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีด และเหมาะกับท่านนั้น ๆ หรือไม่ค่ะ
ริมฝีปากมีการเคลื่อนไหวมาก หากฉีดมากเกินไปก็จะดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างรวดเร็วค่ะ การค่อย ๆ ทำทีละนิดโดยดูผลลัพธ์ไปด้วยจะปลอดภัยกว่าค่ะ
ฉีดอย่างไร และความปลอดภัย
ฟิลเลอร์มักใช้เข็มทู่ (cannula) ที่มีปลายมนร่วมด้วย เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องรอยช้ำและการบาดเจ็บของหลอดเลือดค่ะ
อีกทั้งการเตรียมเอนไซม์ย่อยสลายที่สลายกรดไฮยาลูรอนิกไว้เพื่อรับมือเมื่อเกิดปัญหา ก็เป็นพื้นฐานของการจัดการความปลอดภัยค่ะ
แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ก็มีรายงานภาวะแทรกซ้อนที่ฟิลเลอร์อุดตันหลอดเลือดจนก่อให้เกิดปัญหาต่อผิวหนังหรือการมองเห็นค่ะ ดังนั้นการรู้ตำแหน่งทางกายวิภาคอย่างแม่นยำแล้วจึงฉีด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ
ผลข้างเคียงและข้อจำกัดที่ควรทราบ
หลังทำหัตถการ อาจเกิดรอยช้ำ อาการบวม และความไม่สมมาตรชั่วคราวได้ค่ะ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ เข้าที่เมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
ในบางครั้งอาจคลำเจอก้อนหรือตุ่มแข็งได้ตามบริเวณหรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ก็จะปรับด้วยเอนไซม์ย่อยสลายค่ะ
และฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่เติมเต็มปริมาตรที่ยุบลง ไม่ใช่หัตถการที่ยกผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นหรือหยุดความชราเอง หากเข้าใจจุดนี้ไว้ก่อนก็จะดีค่ะ (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. ระยะเวลาคงอยู่ของฟิลเลอร์แตกต่างกันไปตามบริเวณ ผลิตภัณฑ์ และวิธีการเชื่อมขวาง (cross-linking) แต่โดยทั่วไปอยู่ที่ 6 เดือนถึงยาวนานถึง 2 ปีค่ะ แม้จะเป็นกรดไฮยาลูรอนิกเหมือนกัน ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมขวางแน่นก็จะอยู่ได้นานกว่า ส่วนผลิตภัณฑ์ที่นุ่มจะถูกดูดซึมเร็วกว่าค่ะ อีกทั้งบริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อยอย่างริมฝีปากหรือรอบดวงตา ก็สลายเร็วตามนั้น ระยะเวลาคงอยู่ของผลิตภัณฑ์เดียวกันก็อาจสั้นลงได้ค่ะ ในทางกลับกัน จุดที่เคลื่อนไหวน้อยอย่างร่องแก้มหรือแก้มมีแนวโน้มจะเข้าที่ได้นานกว่าค่ะ และเนื่องจากยังแตกต่างกันตามความเร็วการเผาผลาญของแต่ละบุคคล การเข้าใจเป็นช่วง (range) จึงแม่นยำกว่าการฟันธงว่า 'กี่เดือน' ค่ะ
Q. ถ้าไม่ถูกใจ สามารถย้อนกลับได้ไหมคะ?
A. ข้อดีสำคัญของฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกคือสามารถปรับหรือย้อนกลับได้ด้วยการสลายด้วยเอนไซม์ย่อยสลายค่ะ ในกรณีที่รูปทรงไม่ถูกใจ หรือเกิดก้อน หรือความไม่สมมาตร จะใช้วิธีฉีดเอนไซม์ที่ชื่อไฮยาลูโรนิเดสเพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์ค่ะ ด้วยเหตุนี้ในแง่การจัดการความปลอดภัยจึงรับมือได้ง่ายกว่าฟิลเลอร์ชนิดอื่น ๆ ค่ะ อย่างไรก็ตาม การทำหัตถการด้วยเอนไซม์ก็มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ได้ จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบพร้อมสังเกตปฏิกิริยาค่ะ อีกทั้งแทนที่จะทำหัตถการซ้ำทันทีหลังสลาย การเว้นเวลาให้อาการบวมและสภาพผิวเข้าที่ก่อนจะดีกว่าค่ะ ดังนั้นเราจึงมองว่าการค่อย ๆ ฉีดทีละนิดโดยดูผลไปด้วยตั้งแต่แรก สุดท้ายแล้วคือหนทางที่ลดโอกาสต้องย้อนกลับค่ะ
Q. หลังทำหัตถการมีข้อควรระวังไหมคะ?
A. ในวันที่ทำฟิลเลอร์ ควรลดการกระตุ้นเพื่อให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเข้าที่ค่ะ กิจกรรมที่ให้ความร้อนหรือเพิ่มการไหลเวียนเลือดมากอย่างซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายหนัก โปรดเลื่อนออกไปสักสองสามวันนะคะ การถูแรง ๆ หรือกดบริเวณที่ทำหัตถการก็อาจส่งผลต่อรูปทรง จึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัยค่ะ รอยช้ำหรืออาการบวมเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยหลังทำหัตถการ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ทุเลาลงในช่วงไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ค่ะ แทนที่จะนวดอย่างหักโหมเพื่อรีบไล่อาการบวม การปล่อยให้เข้าที่ตามธรรมชาติจะดีกว่าค่ะ หากบริเวณที่ทำหัตถการซีดผิดปกติ หรือมีความเจ็บปวดรุนแรงต่อเนื่อง โปรดอย่ารอช้า รีบมาพบแพทย์ทันทีนะคะ
สรุป
สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ
ฟิลเลอร์นั้น 'การเลือกให้เหมาะกับบริเวณและการฉีดที่แม่นยำ' เป็นตัวสร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่ 'ชื่อผลิตภัณฑ์' ค่ะ
บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)