ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DA Clinicเมียงดง

ฟิลเลอร์ลิฟติ้ง เมียงดง การเติมเยอะ ไม่ได้แปลว่าจะถูกยกขึ้นค่ะ

หัตถการ

·หัตถการ

"ฟิลเลอร์ยิ่งฉีดเยอะ ก็ยิ่งเต่งตึงเต็มขึ้นแล้วยกกระชับ ไม่ใช่เหรอคะ?"

"แก้มหย่อนคล้อย ถ้าเติมฟิลเลอร์ตรงนั้นจะยกขึ้นไหมคะ?"

นี่คือคำถามที่ผู้ที่กำลังลังเลเรื่องฟิลเลอร์ลิฟติ้งมักถามกันบ่อย ๆ ค่ะ

สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^

เรากำลังเตรียมเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ค่ะ เนื่องจากมีท่านที่สงสัยเกี่ยวกับวิธีฟื้นเส้นกรอบหน้าด้วยฟิลเลอร์กันเยอะมากก่อนเปิดทำการ เราจึงอยากเรียบเรียงไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลค่ะ

ขอบอกข้อสรุปก่อนเลยค่ะ ฟิลเลอร์ลิฟติ้งไม่ใช่หัตถการ 'เติมให้เยอะ' แต่เป็นหัตถการที่ค้ำยันจุดที่แม่นยำบนโครงกระดูกเพื่อฟื้นเส้นกรอบหน้าค่ะ

หากอ่านแค่ 3 นาที ท่านจะเห็นว่ามันต่างจากการลิฟติ้งด้วยไหมหรืออัลตราซาวด์อย่างไร และเห็นเกณฑ์ที่ควรพิจารณาไม่ว่าจะไปทำที่ไหนค่ะ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นหัตถการ 'ค้ำยัน' ค่ะ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นหัตถการที่ฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกชนิดความหนืดสูงที่มีแรงยึดเกาะสูง เข้าไปยังจุดสำคัญบนโครงกระดูกใบหน้าอย่างแม่นยำค่ะ

ไม่ใช่แค่เติมปริมาตรลงบนแก้มที่หย่อนคล้อย แต่เป็นการวางฟิลเลอร์ลงบนจุดเชิงโครงสร้าง (anchor point) ที่อยู่บนกระดูก อย่างโหนกแก้ม คาง หรือขมับ เพื่อค้ำยันเนื้อเยื่อที่หย่อนยานให้ยกขึ้นอย่างมั่นคงค่ะ

ลองนึกภาพการตั้งเสาขึ้นเพื่อค้ำผ้าใบเต็นท์ที่หย่อนให้ตึงขึ้นอีกครั้ง ก็จะเข้าใจได้ง่ายค่ะ ㅎㅎ

ด้วยเหตุนี้จึงต้องใช้ฟิลเลอร์ความหนืดสูงที่คงรูปได้ดีกว่าฟิลเลอร์เติมปริมาตรทั่วไป และจะออกแบบโดยอ้างอิงดีไซน์ที่กำหนดจุดบนโครงกระดูกให้เป็นมาตรฐานอย่าง MD Codes ค่ะ

ข้อแรก ไม่ใช่ 'ปริมาณ' แต่เป็น 'ตำแหน่งและความหนืด' ค่ะ

หลายท่านมักคิดว่า "ทำทั้งทีก็ฉีดเยอะ ๆ ไปเลย จะได้ยกขึ้นมากตามนั้น" ใช่ไหมคะ

แต่แม้จะฉีดปริมาณเท่ากัน หากเข้าผิดชั้น แรงค้ำยันก็จะไม่เกิดขึ้น มีแต่ปริมาตรที่เพิ่มขึ้นค่ะ

หากเติมมากเกินความจำเป็น เส้นกรอบหน้าก็อาจไม่ฟื้นขึ้น แต่กลับดูบวมหรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ

ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ปริมาณที่มากอย่างเดียว แต่เป็นการวางฟิลเลอร์ความหนืดแบบใดในปริมาณที่เหมาะสม ลงบนจุดไหนของโครงกระดูกค่ะ จุดที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกันแม้จะใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ

ข้อสอง 'จุดประสงค์' ต่างจากการลิฟติ้งด้วยไหมหรืออัลตราซาวด์ค่ะ

หลายท่านถามว่า "งั้นฟิลเลอร์ลิฟติ้งดีกว่าไหมลิฟติ้ง หรือลิฟติ้งด้วยเครื่องอย่างอัลตราซาวด์ (Ultherapy)·คลื่นความถี่วิทยุ (Thermage) เหรอคะ?" แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของดีกว่าหรือด้อยกว่าค่ะ

ไหมลิฟติ้งเป็นวิธีที่ดึงรั้งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นมาในเชิงกายภาพ ส่วนเครื่องอัลตราซาวด์·คลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีที่ใช้ความร้อนทำให้คอลลาเจนในชั้นลึกหดตัวและสร้างใหม่ค่ะ

ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นแนวทางที่สร้างจุดค้ำยันเชิงโครงสร้างบนโครงกระดูกเพื่อค้ำเส้นกรอบหน้าให้ยกขึ้น กลไกการทำงานจึงต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ

ด้วยเหตุนี้ทั้งสามจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่หากทำควบคู่กันตามลักษณะการหย่อนคล้อย ก็มักเกิดผลเสริมกันได้บ่อยค่ะ ส่วนแบบไหนเหมาะกับท่าน เราคิดว่าการวินิจฉัยก่อนแล้วจึงตัดสินใจเป็นแนวทางที่ถูกต้องค่ะ

ข้อสาม หากไม่ถูกใจ ก็สามารถย้อนกลับได้ค่ะ

ข้อดีสำคัญข้อหนึ่งของฟิลเลอร์ลิฟติ้งคือ เมื่อผลลัพธ์ไม่ถูกใจหรือเกิดปัญหาขึ้น ก็ยังมีช่องทางให้ย้อนกลับได้ค่ะ

เพราะฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกสามารถสลายออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลาย (ไฮยาลูโรนิเดส) ค่ะ

ในกรณีที่เกิดความไม่สมมาตรหรือฉีดมากเกินไป ก็สามารถปรับแก้หรือเอาออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลาย จึงค่อนข้างอุ่นใจกว่าค่ะ

ด้วยเหตุนี้แทนที่จะโลภเติมให้เต็มในครั้งเดียวตั้งแต่แรก การฉีดในปริมาณที่เหมาะสมแล้วดูช่วงที่เข้าที่ราว 2 สัปดาห์ไปด้วยพร้อมปรับแต่ง กลับนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าค่ะ (ระดับการรับรู้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

พูดตามตรง จุดนี้เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจไว้ค่ะ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งไม่ใช่คำตอบของการหย่อนคล้อยทุกแบบค่ะ

หากผิวหย่อนคล้อยไปมากแล้ว หรือปริมาณที่หย่อนยานมีมาก การค้ำยันด้วยฟิลเลอร์ก็มีข้อจำกัด ไหมลิฟติ้งหรือวิธีอื่นอาจเหมาะกว่าค่ะ

อีกทั้งเนื่องจากเป็นหัตถการที่ฉีดลงในชั้นลึก แม้พบได้ไม่บ่อยแต่ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดได้ค่ะ ดังนั้นจึงเลือกใช้เข็มทู่ (cannula) ที่ช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บของหลอดเลือดก่อน และหากหลังทำหัตถการมีอาการอย่างผิวซีด เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หรือเจ็บปวดรุนแรง โปรดมาพบแพทย์โดยไม่รอช้านะคะ

นี่ไม่ใช่การบอกว่าให้ทำฟิลเลอร์ลิฟติ้งเสมอไปค่ะ การรู้แนวทางที่เหมาะกับลักษณะการหย่อนคล้อยของท่านเองต่างหากที่มาก่อนค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q. ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไรคะ?

A. ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นหัตถการที่มีจุดประสงค์ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เติมปริมาตรลงจุดที่ยุบค่ะ เพราะเป็นแนวทางการออกแบบที่วางฟิลเลอร์ความหนืดสูงซึ่งมีแรงยึดเกาะสูงลงบนจุดเชิงโครงสร้าง (anchor point) บนโครงกระดูกอย่างโหนกแก้ม คาง หรือขมับ เพื่อค้ำยันเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นและฟื้นเส้นกรอบหน้าค่ะ ด้วยเหตุนี้จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดสูงกว่าฟิลเลอร์เติมปริมาตรทั่วไป และการออกแบบว่าจะฉีดที่จุดไหนปริมาณเท่าใดจึงสำคัญกว่าค่ะ จุดที่ต่างกันมากที่สุดคือ ตำแหน่งและความหนืดเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์มากกว่าปริมาณที่เติมค่ะ เนื่องจากลักษณะการหย่อนคล้อยต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงควรกำหนดแนวทางที่เหมาะกับท่านหลังการวินิจฉัยค่ะ

Q. ผลอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. ผลของฟิลเลอร์ลิฟติ้งมีแนวโน้มคงอยู่ราว 12~18 เดือน ขึ้นอยู่กับความหนืดของฟิลเลอร์ บริเวณที่ทำ และระดับการเคลื่อนไหวค่ะ เนื่องจากเป็นวิธีที่ฉีดลงชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูก จึงมักอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปที่ฉีดในชั้นตื้นเล็กน้อยค่ะ อย่างไรก็ตาม ความชราและการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อยังดำเนินต่อไปแม้หลังทำหัตถการ ผลจึงไม่ได้คงอยู่ถาวรค่ะ ด้วยเหตุนี้จึงมีหลายท่านที่กลับมาทำซ้ำตามจังหวะที่ผลเริ่มคลายลงค่ะ ระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันไปตามการเผาผลาญและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล จึงควรกำหนดรอบโดยดูสภาพของตัวท่านเองค่ะ

Q. หากเกิดความผิดพลาด สามารถย้อนกลับได้ไหมคะ?

A. ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกที่ใช้ในฟิลเลอร์ลิฟติ้งสามารถสลายออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลาย (ไฮยาลูโรนิเดส) จึงค่อนข้างย้อนกลับได้ง่ายค่ะ ในกรณีที่เกิดความไม่สมมาตร ฉีดมากเกินไป หรือดีไซน์ไม่ถูกใจ ก็สามารถปรับแก้หรือเอาออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลายค่ะ ด้วยเหตุนี้แทนที่จะเติมให้เต็มในครั้งเดียวตั้งแต่แรก การฉีดในปริมาณที่เหมาะสมแล้วค่อยปรับจะปลอดภัยกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นหัตถการในชั้นลึก หากมีอาการผิดปกติอย่างผิวซีด เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หรือเจ็บปวดรุนแรง โปรดมาพบแพทย์ทันทีโดยแยกจากเรื่องการย้อนกลับนะคะ ระดับปฏิกิริยาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ

สรุป

สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งนั้น ไม่ใช่ 'ปริมาณมาก' แต่เป็น 'ตำแหน่งที่แม่นยำ·ความหนืดที่เหมาะสม·ช่องทางที่ย้อนกลับได้' ที่สร้างผลลัพธ์ค่ะ

บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความให้ข้อมูลที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)