"Juvelook ฉีดครั้งเดียวแล้วจุดที่ยุบจะเต็มขึ้นทันทีใช่ไหมคะ?"
"ได้ยินว่าเป็นการฉีดคล้าย ๆ วอเตอร์กลอส งงว่าต่างกันตรงไหนค่ะ"
นี่คือเรื่องแรก ๆ ที่ผู้ที่กำลังหาข้อมูลเรื่อง Juvelook มักถามกันค่ะ
สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านที่กำลังลังเลเรื่อง Juvelook กันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะคะ
ความคาดหวังที่ว่า 'ฉีดแล้วเต็มขึ้นทันที' นั้น เข้าใจได้เต็มที่เลยค่ะ
เพียงแต่หากเข้าใจว่า Juvelook เป็นหัตถการที่เติมเต็มได้ทันทีเหมือนฟิลเลอร์แล้วไปทำ ก็จะผิดหวังได้ง่ายค่ะ เพราะนี่ไม่ใช่การเติมจุดที่ว่างในทันที แต่เป็นหัตถการที่ค่อย ๆ ปลุกคอลลาเจนขึ้นโดยใช้เวลาค่ะ ถ้าอย่างนั้นเมื่อไรจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบไหน ต่างจากวอเตอร์กลอสตรงไหน เราจะค่อย ๆ ชี้ให้ดูค่ะ
Juvelook ไม่ใช่การ 'เติมเข้าไป' แต่เป็นหัตถการที่ 'ปลุกคอลลาเจน' ค่ะ
ก่อนอื่นขอคลายความเข้าใจผิดสักข้อก่อนนะคะ
Juvelook ไม่ใช่หัตถการที่เติมจุดที่ว่างในทันที แต่เป็นวิธีที่สาร PLLA (โพลี-แอล-แลกติกแอซิด) ค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ค่ะ
PLLA คือสารที่เมื่อเข้าไปในชั้นหนังแท้แล้วค่อย ๆ สลายตัวโดยใช้เวลา จึงชักนำให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองในจุดนั้นค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จึงไม่ใช่ทันทีหลังทำ แต่ควรมองเป็นกระบวนการที่คอลลาเจนค่อย ๆ เติมเต็มขึ้นตลอดหลายสัปดาห์ค่ะ
ตามสูตรตำรับ บางชนิดก็มีกรดไฮยาลูรอนิกผสมอยู่ด้วย จึงเข้าใจง่ายขึ้นหากแยกดูความรู้สึกชุ่มชื้นในช่วงแรกกับการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนในช่วงหลังค่ะ
ใกล้เคียงกับ 'การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป' มากกว่า 'ปริมาตรทันที' ค่ะ
พูดให้ถูกต้องคือ Juvelook ใกล้เคียงกับหัตถการที่ค่อย ๆ ดึงคอลลาเจนขึ้นทีละขั้น มากกว่าจะเป็นหัตถการที่เติมเต็มจุดนั้นทันทีเหมือนฟิลเลอร์ค่ะ
หากฟิลเลอร์คือการใส่สารลงในจุดที่ยุบเพื่อจับรูปทรงในทันที Juvelook ก็เป็นฝ่ายที่ปู 'พื้นฐาน' ให้ผิวสร้างคอลลาเจนค่ะ
ลองนึกภาพการหว่านเมล็ดพันธุ์ไว้แล้วรอให้ต้นกล้างอกขึ้น ก็จะเข้าใจได้ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ การมองเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เติมเต็มตลอดหลายสัปดาห์ จะสบายใจกว่าการคาดหวังว่า "วันที่ฉีดก็เปลี่ยนไปทันที" ค่ะ (ระดับการตอบสนองมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ)
ทำไมครั้งเดียวถึงไม่จบและต้องแบ่งหลายครั้ง มีเหตุผลอยู่ค่ะ
การที่ Juvelook ไม่จบในครั้งเดียวและต้องแบ่งหลายครั้งนั้น มีเหตุผลชัดเจนค่ะ
คอลลาเจนไม่ได้เกิดขึ้นในวันนั้นทันทีเพียงเพราะให้การกระตุ้น แต่ค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นทีละน้อยโดยใช้เวลาค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ปริมาณที่เติมเต็มขึ้นจากการกระตุ้นครั้งเดียวจึงมีขีดจำกัด และโดยทั่วไปจึงเป็นกระบวนการที่ทำแบ่งเป็นหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างหลายสัปดาห์เพื่อสะสมขึ้นค่ะ
ใกล้เคียงกับภาพการหว่านเมล็ดพันธุ์ในไร่โดยเว้นระยะแล้วแบ่งปลูกไปทีละส่วน มากกว่าจะหว่านทั้งหมดในครั้งเดียว และจำนวนครั้งที่จำเป็นก็แตกต่างกันไปตามบริเวณและสภาพผิวค่ะ
แม้จะดูคล้ายวอเตอร์กลอส แต่วิธีทำงานต่างกันค่ะ
มีหลายท่านที่สับสนเพราะเป็นการฉีดเหมือนกัน แต่วอเตอร์กลอสกับ Juvelook เป็นหัตถการที่วิธีทำงานต่างกันค่ะ
วอเตอร์กลอสเป็นฝ่ายที่เติม 'ความชุ่มชื้น' เข้าไปในผิวด้วยกรดไฮยาลูรอนิก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและประกายในทันทีค่ะ
ในทางกลับกัน Juvelook เป็นฝ่ายที่กระตุ้นคอลลาเจน 'อย่างค่อยเป็นค่อยไป' ด้วย PLLA จึงเน้นน้ำหนักไปที่การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ความชุ่มชื้นในทันทีค่ะ
พูดง่าย ๆ วอเตอร์กลอสคือการทำให้ผิวที่แห้งอมน้ำไว้ ส่วน Juvelook ใกล้เคียงกับการค่อย ๆ ปูพื้นฐานเองโดยใช้เวลาค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ทิศทางจึงแยกกันแบบนี้ค่ะ หากความกังวลอันดับแรกคือความชุ่มชื้นและประกายในทันที ก็ดูทางวอเตอร์กลอส แต่หากอยากดึงคอลลาเจนขึ้นโดยใช้เวลา ก็ดูทาง Juvelook ค่ะ (อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ)
ท่านเหล่านี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งนะคะ
Juvelook ไม่ใช่หัตถการที่แนะนำได้อย่างง่าย ๆ ในทุกสถานการณ์ค่ะ
เนื่องจากเป็นหัตถการที่ทำด้วยการฉีด บริเวณที่ฉีดจึงอาจเกิดรอยช้ำ บวม หรืออาการเจ็บแปลบได้ และในบางกรณีที่พบไม่บ่อยก็อาจคลำเจอก้อนเล็ก ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ หลังทำหัตถการจึงอาจมีคำแนะนำเรื่องการนวดหรือการดูแลตามมาค่ะ
หากกำลังตั้งครรภ์ หรือมีการอักเสบในบริเวณที่จะทำ ควรเลื่อนเวลาออกไปและตรวจสอบสภาพก่อนจะปลอดภัยกว่าค่ะ
นอกจากนี้ หากมีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองหรือสภาพผิวแบบคีลอยด์ ควรปรึกษาในห้องตรวจก่อนแล้วค่อยกำหนดว่าจะทำหรือไม่จะดีกว่าค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. Juvelook ฉีดแล้วเห็นผลทันทีไหมคะ?
A. Juvelook ไม่ใช่หัตถการที่เติมเต็มได้ในวันที่ฉีดทันที แต่เป็นหัตถการที่สาร PLLA ค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ค่ะ ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่ทันที แต่ควรมองเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ ปรากฏตลอดหลายสัปดาห์ค่ะ ตามสูตรตำรับ กรณีที่มีกรดไฮยาลูรอนิกผสมอยู่ด้วย ในช่วงแรกอาจรู้สึกชุ่มชื้นได้ แต่นี่เป็นส่วนที่เกิดขึ้นชั่วคราว ส่วนการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนจะค่อย ๆ เติมเต็มขึ้นหลังจากนั้นค่ะ โดยทั่วไปจะทำแบ่งเป็นหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างเพื่อสะสมขึ้นทีละขั้น และเนื่องจากระดับการตอบสนองและจำนวนครั้งที่จำเป็นแตกต่างกันไปตามบริเวณ · สภาพผิว จึงควรคำนึงไว้ว่ามีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
Q. ต่างจากวอเตอร์กลอสตรงไหนคะ?
A. Juvelook กับวอเตอร์กลอส แม้จะดูเป็นการฉีดเหมือนกัน แต่เป็นหัตถการที่วิธีทำงานต่างกันค่ะ วอเตอร์กลอสเป็นฝ่ายที่เติมความชุ่มชื้นเข้าไปในผิวด้วยกรดไฮยาลูรอนิกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในทันที ส่วน Juvelook เป็นฝ่ายที่กระตุ้นคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วย PLLA เพื่อคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ เปรียบง่าย ๆ วอเตอร์กลอสคืองาน 'ความชุ่มชื้น' ที่ทำให้ผิวแห้งอมน้ำไว้ ส่วน Juvelook ใกล้เคียงกับงาน 'คอลลาเจน' ที่ค่อย ๆ ปูพื้นฐานโดยใช้เวลาค่ะ ด้วยเหตุนี้ ทิศทางจึงแยกกันแบบนี้ หากความกังวลอันดับแรกคือความชุ่มชื้นและประกายในทันที ก็ดูวอเตอร์กลอส แต่หากอยากดึงคอลลาเจนขึ้นโดยใช้เวลา ก็ดู Juvelook ค่ะ หากเข้าใจว่าสองหัตถการนี้มีบทบาทต่างกันตามความกังวล มากกว่าจะเป็นคู่แข่งกัน ก็ถูกต้องค่ะ
Q. หลังทำหัตถการควรดูแลอย่างไรคะ?
A. Juvelook เป็นหัตถการที่ทำด้วยการฉีด ทันทีหลังทำจึงอาจเกิดรอยเล็ก ๆ รอยช้ำ บวม หรืออาการเจ็บแปลบได้ค่ะ ส่วนใหญ่จะยุบลงภายในไม่กี่วัน แต่หากมีนัดสำคัญ การเผื่อเวลาไว้แล้วค่อยทำจะปลอดภัยกว่าค่ะ ตามสูตรตำรับหรือบริเวณ หลังทำหัตถการอาจมีคำแนะนำเรื่องการนวดหรือการดูแลในช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นคำแนะนำเพื่อช่วยให้สารเข้าที่อย่างสม่ำเสมอโดยไม่จับตัวเป็นก้อนที่จุดเดียว จึงควรทำตามคำแนะนำที่ได้รับค่ะ นอกจากนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนค่อย ๆ ปรากฏโดยใช้เวลา การรอดูผลระหว่างครั้งจึงเหมาะกว่าการยืนยันในครั้งเดียวค่ะ หากการตอบสนองอย่างรอยช้ำหรือก้อนคงอยู่นาน กรุณาแจ้งในการตรวจนะคะ
สรุป
สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ
Juvelook ไม่ใช่หัตถการที่ 'เติมเต็มทันที' แต่เป็นหัตถการที่ค่อย ๆ ดึงคอลลาเจนขึ้นทีละขั้นตลอดหลายสัปดาห์ด้วย PLLA ค่ะ
หากความกังวลคือความชุ่มชื้นและประกายในทันที วิธีอื่นอย่างวอเตอร์กลอสอาจเหมาะกว่า แต่หากอยากค่อย ๆ ปูพื้นฐานคอลลาเจนโดยใช้เวลา ก็ลองดูทาง Juvelook ก็ดีค่ะ เพียงแต่ขอให้จำไว้ว่าระดับและความเร็วของการเปลี่ยนแปลงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความให้ข้อมูลที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)