"นี่มันไฝหรือฝ้ากันแน่คะ? มีจุดสีน้ำตาลที่ขอบชัดเจนขึ้นมาค่ะ"
"เลนติโกยิงเลเซอร์ครั้งเดียวหลุดเลยไหมคะ?"
นี่คือเรื่องที่ผู้ที่รู้สึกว่ามีจุดสีน้ำตาลชัด ๆ เพิ่มขึ้นบนใบหน้าหรือหลังมือมักถามกันบ่อยค่ะ
สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านที่กังวลเรื่องเลนติโกกันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะคะ
ความอึดอัดใจที่แยกไม่ออกว่าเป็นไฝหรือฝ้า เราเข้าใจดีค่ะ
หากเข้าใจผิดว่าเป็นกระแล้วปล่อยไว้เฉย ๆ อาจกลายเป็นเรื่องได้ เพราะเลนติโกเป็นเม็ดสีที่สำคัญที่สุดตรง 'การยืนยันว่าคืออะไร' ก่อนค่ะ เราจะชี้ให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าทำไมการแยกแยะจึงต้องมาก่อนค่ะ
เลนติโกคือรอยเม็ดสีชนิดไม่ร้ายที่มีขอบชัดเจนค่ะ
ก่อนอื่นขอปูพื้นว่าเลนติโกคืออะไรก่อนนะคะ
เลนติโกคือรอยเม็ดสีชนิดไม่ร้ายที่เกิดจากเม็ดสีเมลานินมารวมตัวกันเป็นบางส่วน โดยทั่วไปปรากฏเป็นจุดสีน้ำตาลที่ขอบชัดเจนและสีสม่ำเสมอค่ะ
ที่พบบ่อยคือ กระแดด (solar lentigo) ซึ่งเกิดบริเวณที่ได้รับรังสียูวีมานาน และเลนติโกในผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นตามอายุ (ที่มักเรียกกันว่ากระเนื้อ) ค่ะ
หากฝ้าให้ความรู้สึกว่าขอบเลือนลางและกระจายเป็นวงกว้าง เลนติโกก็มักดูเหมือนจุดที่ชัดเจนค่ะ
ด้วยเหตุนี้ แม้จะเป็นสีน้ำตาลเหมือนกัน แต่แนวทางจัดการฝ้ากับเลนติโกก็ต่างกันค่ะ
เหตุผลที่ 'การแยกแยะ' ต้องมาก่อนการเอาออก
สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องเลนติโก จริง ๆ แล้วไม่ใช่ชนิดของเลเซอร์ แต่คือ 'การยืนยันก่อนว่าคืออะไร' ค่ะ
เลนติโกส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ร้าย แต่ในบางกรณีที่พบได้ยาก เม็ดสีที่มีรูปร่าง สี หรือขอบไม่สม่ำเสมอ หรือค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นรอยโรคชนิดอื่นได้ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ เม็ดสีที่ขยายใหญ่ขึ้น สีไม่สม่ำเสมอ หรือขอบไม่เรียบดูเหมือนกระจายออก จึงควรวินิจฉัยแยกแยะว่าเป็นรอยโรคแบบใดก่อน แทนที่จะรีบเอาออกไปโดยไม่ดูค่ะ
เพราะแม้ภายนอกจะดูเป็นจุดสีน้ำตาลคล้ายกัน แต่หากสาเหตุต่างกัน แนวทางก็จะต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ
ส่วนนี้เป็นเรื่องของความปลอดภัยมากกว่าความสวยงาม จึงต้องใส่ใจให้แน่ใจก่อนค่ะ
เลเซอร์คือการค่อย ๆ ทำให้เม็ดสีจางลงทีละขั้น
หากเป็นเลนติโกชนิดไม่ร้ายที่ผ่านการแยกแยะแล้ว ก็สามารถปรับแต่งเม็ดสีให้จางลงด้วยเลเซอร์ได้ค่ะ
เมื่อเลเซอร์ทำให้เม็ดสีแตกเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ร่างกายก็จะขับอนุภาคนั้นออกไป ทำให้สีค่อย ๆ จางลงค่ะ
เลนติโกที่อยู่ค่อนไปทางผิวชั้นบนมักตอบสนองได้ค่อนข้างดี แต่หากลึกหรือหนา ก็อาจต้องแบ่งทำหลายครั้งค่ะ
หลังทำหัตถการไม่กี่วัน สีอาจดูเข้มขึ้นหรือมีสะเก็ดเล็ก ๆ เกิดขึ้น แล้วเมื่อสะเก็ดหลุดออกก็จะค่อย ๆ จางลงตามลำดับค่ะ (ระดับการตอบสนองมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ)
อาจเกิดขึ้นใหม่ได้อีก และห้ามฝืนทำนะคะ
เลนติโกก็เช่นกัน แม้จะจัดการไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็เป็นการยากที่จะบอกว่าจบสิ้นแล้วค่ะ
เมื่อรังสียูวีสะสมมากขึ้น เลนติโกใหม่ก็อาจเกิดขึ้นที่บริเวณเดิมหรือบริเวณอื่นได้ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ แม้หลังทำเลเซอร์แล้ว การดูแลป้องกันรังสียูวีอย่างสม่ำเสมอก็ยังสำคัญค่ะ
อีกทั้งหากอยากเอาออกให้ไวแล้วฝืนยิงแรง ๆ ทีเดียวจบ ก็อาจเกิดการตอบสนองที่เม็ดสีเข้มขึ้นจากการถูกกระตุ้น หรือมีภาระเรื่องแผลเป็นได้ ดังนั้นการแบ่งทำด้วยความแรงที่เหมาะสมจึงมักปลอดภัยกว่าค่ะ
ท่านเหล่านี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งนะคะ
เลเซอร์เลนติโกไม่ใช่สิ่งที่แนะนำได้อย่างเบา ๆ ในทุกสถานการณ์ค่ะ
ดังที่กล่าวไปข้างต้น เม็ดสีที่มีรูปร่าง สี หรือขนาดเปลี่ยนแปลง หรือขอบไม่สม่ำเสมอ ต้องวินิจฉัยแยกแยะก่อนค่ะ
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจนไหม้ ผู้ที่รับประทานยาที่ไวต่อแสง หรือผู้ที่มีการอักเสบบริเวณที่จะทำหัตถการ ควรเลื่อนเวลาออกไปแล้วปรึกษาก่อนจะปลอดภัยกว่าค่ะ
ผู้ที่มีลักษณะร่างกายเป็นคีลอยด์หรือเกิดรอยดำได้ง่าย ต้องกำหนดความแรงและระยะห่างอย่างรอบคอบมากขึ้น จึงควรแจ้งการตอบสนองของผิวตัวเองไว้ล่วงหน้าจะดีค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. เลนติโก กระเนื้อ และฝ้า ต่างกันอย่างไรคะ?
A. เลนติโกหมายถึงรอยเม็ดสีชนิดไม่ร้ายที่มีขอบชัดเจนและสีสม่ำเสมอ ส่วนเลนติโกในผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นตามอายุมักเรียกกันว่ากระเนื้อค่ะ กล่าวคือกระเนื้อถือเป็นเลนติโกชนิดหนึ่งได้ ในทางกลับกัน ฝ้าให้ความรู้สึกว่าขอบเลือนลางกระจายและแผ่เป็นวงกว้าง อีกทั้งฮอร์โมน ความร้อน และรังสียูวีทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อน จึงจัดการได้ยากกว่าค่ะ หากเปรียบว่าเลนติโกชัดเจนเหมือนจุด ฝ้าก็แผ่กระจายเหมือนหมอก ก็จะเข้าใจได้ง่ายค่ะ เนื่องจากการตอบสนองต่อเลเซอร์และแนวทางต่างกันไปตามชนิด การแยกแยะว่าเป็นเม็ดสีชนิดใดก่อนเอาออกจึงมาก่อนค่ะ
Q. เลนติโกยิงเลเซอร์ครั้งเดียวหลุดไหมคะ?
A. เลนติโกชนิดไม่ร้ายที่อยู่ค่อนไปทางผิวชั้นบนมักตอบสนองได้ค่อนข้างดี แต่หากเม็ดสีลึกหรือหนา ก็อาจไม่จบในครั้งเดียวและต้องแบ่งทำหลายครั้งค่ะ เนื่องจากเลเซอร์เป็นวิธีทำให้เม็ดสีแตกเป็นอนุภาคเล็ก ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับออก ความเร็วจึงต่างกันไปตามความลึกค่ะ อีกทั้งหากฝืนให้พลังงานที่แรงเกินไปในครั้งเดียว ก็อาจทำให้เม็ดสีเข้มขึ้นจากการถูกกระตุ้นหรือมีภาระเรื่องแผลเป็นได้ การแบ่งทำด้วยความแรงที่เหมาะสมจึงปลอดภัยกว่าค่ะ ความเร็วและระดับการจางลงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
Q. จะทำอย่างไรไม่ให้กลับมาขึ้นอีกหลังทำหัตถการคะ?
A. เลนติโกเกี่ยวข้องกับการสะสมของรังสียูวีอย่างลึกซึ้ง การป้องกันรังสียูวีจึงเป็นการดูแลที่สำคัญที่สุดหลังทำหัตถการค่ะ การทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถัน และใช้หมวกหรือร่มช่วยกันไปด้วย จะช่วยชะลอความเร็วในการเกิดเลนติโกใหม่ได้ค่ะ สะเก็ดบริเวณที่ทำหัตถการ อย่าฝืนแกะออก ปล่อยให้หลุดไปตามธรรมชาติ จะช่วยลดภาระเรื่องแผลเป็นค่ะ เพียงแต่แม้จะดูแลป้องกันรังสียูวีดีแล้ว เม็ดสีใหม่ก็อาจเกิดขึ้นได้จากผลของลักษณะร่างกายและความชรา หากมองว่าใกล้เคียงกับ 'การดูแลเพื่อคงสภาพ' มากกว่า 'เอาออกครั้งเดียวจบ' ก็จะสบายใจกว่าค่ะ
สรุป
สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ
เลนติโกเป็นเม็ดสีที่ 'การแยกแยะว่าคืออะไรก่อน' สำคัญยิ่งกว่าวิธีเอาออก และเมื่อยืนยันว่าเป็นชนิดไม่ร้ายแล้ว จึงค่อย ๆ ปรับแต่งให้จางลงทีละขั้นค่ะ
หากคุณกังวลกับจุดสีน้ำตาลที่ชัดเจน แทนที่จะเอาออก การเริ่มจากการยืนยันก่อนว่าเป็นเม็ดสีชนิดใดจะเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ และขอให้จำไว้ด้วยว่าผลลัพธ์และการคงสภาพมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะคะ
บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความให้ข้อมูลที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)