"กินยาก็แล้ว บีบก็แล้ว แต่สิวก็ยังขึ้นเป็นบริเวณกว้างอยู่เรื่อย ได้ยินว่ามีหัตถการที่ใช้แสงด้วยเหรอคะ?"
"PDT ที่ว่านี่ต่างจากเลเซอร์ยังไงคะ?"
นี่คือเรื่องที่ผู้ที่กังวลกับสิวที่กลับเป็นซ้ำมักถามกันบ่อยในช่วงนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ค่ะ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านสงสัยเรื่อง PDT กันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะคะ
หากทำโดยคิดว่าแค่ฉายแสงก็จบ ก็เท่ากับรู้เพียงครึ่งเดียวจริง ๆ เราจึงขอชี้ให้เห็นตั้งแต่หลักการอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
เพราะ PDT ไม่ใช่ 'หัตถการที่แค่ฉายแสง' แต่เป็นหัตถการสองขั้นตอนที่ 'ทายาก่อน แล้วทำให้ยานั้นทำปฏิกิริยากับแสง' ค่ะ
PDT เป็นหัตถการที่ทา 'สารไวแสง' แล้วจึงฉายแสง
ก่อนอื่นขอปูพื้นเรื่องหลักการก่อนนะคะ
PDT (การรักษาด้วยแสง) คือหัตถการที่ทาสารไวแสงซึ่งตอบสนองต่อแสงลงบนผิว ปล่อยให้ดูดซึมสักระยะเวลาหนึ่ง แล้วฉายแสงที่ความยาวคลื่นเฉพาะเพื่อกระตุ้นให้เกิดการออกฤทธิ์ค่ะ
หัวใจสำคัญไม่ใช่ตัวแสงเอง แต่เป็นการที่ยาซึ่งทาไว้ล่วงหน้ามาเจอแสงแล้วถูกกระตุ้นจนออกฤทธิ์ต่อต่อมไขมันและบริเวณที่อักเสบค่ะ
ไม้ขีดไฟหากวางไว้เฉย ๆ ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ต้องเจอเงื่อนไขคือแรงเสียดสีจึงจะติดไฟใช่ไหมคะ PDT ก็เช่นกัน ต้องให้สองเงื่อนไขคือสารไวแสงและแสงมาเจอกันการออกฤทธิ์จึงจะเริ่มขึ้นค่ะ
ด้วยเหตุนี้จึงมีช่วงเวลารอให้ทายาและดูดซึม แล้วจึงฉายแสงตามลำดับ ซึ่งเป็นจุดที่ต่างจากเลเซอร์ทั่วไปค่ะ
ส่วนใหญ่ใช้กับสิวระดับปานกลางขึ้นไปและภาวะไขมันทำงานมาก
หากดูตั้งแต่ว่า PDT ใช้กับสภาพแบบไหน ก็จะเข้าใจได้เร็วค่ะ
มักถูกนำมาใช้กับสิวระดับปานกลางขึ้นไปที่ขึ้นเป็นบริเวณกว้างซ้ำ ๆ หรือมีภาวะไขมันทำงานมาก มากกว่าตุ่มเล็ก ๆ เบา ๆ ค่ะ
เพราะเป็นวิธีที่สารไวแสงถูกกระตุ้นแล้วออกฤทธิ์ต่อต่อมไขมันที่ผลิตไขมันมากเกินไปและบริเวณที่อักเสบ จึงพิจารณาข้อบ่งชี้แล้วนำมาใช้กับสิวเรื้อรังที่ขึ้นซ้ำที่เดิมค่ะ
บางครั้งก็ถูกพิจารณาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในกรณีที่ยารับประทานหรือยาทาจัดการได้ยาก หรือใช้ยาต่อเนื่องนาน ๆ ได้ลำบากค่ะ
เพียงแต่ไม่ใช่ว่าสิวทุกชนิดจำเป็นต้องใช้ค่ะ เราเห็นว่าการวินิจฉัยชนิด ความลึก และสภาพไขมันก่อน แล้วค่อยแนะนำให้เฉพาะท่านที่เหมาะทีละขั้นจะเหมาะสมกว่าค่ะ
มักแบ่งทำหลายรอบมากกว่าทำครั้งเดียว
PDT ก็เช่นกัน ไม่ใช่หัตถการที่จบในครั้งเดียว แต่ใกล้เคียงกับหัตถการที่ค่อย ๆ สะสมโดยแบ่งทำหลายรอบค่ะ
การทำงานของต่อมไขมันและการอักเสบยากที่จะจัดระเบียบให้จบในครั้งเดียวด้วยหัตถการเพียงครั้งเดียว จึงต้องดูการตอบสนองผ่านแต่ละรอบแล้วปรับความแรงและระยะห่างไปค่ะ
โดยทั่วไปจะเว้นระยะห่างสองสามสัปดาห์แล้วทำ พร้อมกับปรับความเข้มข้นของสารไวแสงหรือเงื่อนไขการฉายแสงให้ละเอียดในแต่ละรอบค่ะ
ดังนั้นแทนที่จะกำหนดจำนวนครั้งตายตัวตั้งแต่แรก การปรับจำนวนรอบที่จำเป็นไปพร้อมกันโดยดูจากผลที่ดำเนินไปจะสมเหตุสมผลกว่าค่ะ
จำนวนครั้งที่จำเป็นและระดับการตอบสนองแตกต่างกันไปตามลักษณะของสิวและสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ (ระดับการปรับปรุงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ)
หลังทำหัตถการ การดูแลเรื่อง 'ความไวต่อแสง' สำคัญกว่าสิ่งใด
ตรงนี้คือส่วนที่เราจะเน้นย้ำเป็นพิเศษค่ะ
PDT เป็นหัตถการที่ทาสารไวแสง จึงทำให้ผิวเข้าสู่สภาพ 'ไวต่อแสง' อยู่ช่วงเวลาหนึ่งหลังทำค่ะ
ในช่วงนี้หากสัมผัสแสงจัดหรือรังสียูวี การระคายเคืองที่ไม่ตั้งใจหรือผิวแดงอาจเพิ่มมากขึ้น ในช่วงไม่กี่วันหลังทำ การหลีกเลี่ยงแสงและรังสียูวีอย่างจริงจังจึงเป็นหัวใจสำคัญค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ทำและอีกไม่กี่วันต่อมา ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใส่ใจการป้องกันแสงและปกปิดเวลาออกไปข้างนอก และแม้อยู่ในร่มก็ควรอยู่ห่างจากแสงไฟจ้า ๆ จะดีค่ะ
ทันทีหลังทำอาจมีผิวแดง ขุยผิว หรือความแสบเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อย ๆ สงบลงในไม่กี่วันค่ะ เพียงแต่ระดับและระยะเวลาที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปตามความเข้มข้นของสารไวแสงและสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ
เพียงแค่ดูแลเรื่องความไวต่อแสงนี้ให้ดี การฟื้นตัวก็จะสบายขึ้นมาก ดังนั้นการเข้าหาด้วยใจที่ใส่ใจการดูแลหลังทำมากกว่าตัวหัตถการจะดีค่ะ
ท่านเหล่านี้ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกครั้งค่ะ
PDT ไม่ใช่หัตถการที่แนะนำได้อย่างเบา ๆ ในทุกสถานการณ์ค่ะ
เพราะเป็นหัตถการที่ใช้สารไวแสงและแสง หากเป็นผู้ที่มีลักษณะไวต่อแสง หรือกำลังรับประทานยาที่ทำให้ไวต่อแสง ควรตรวจสอบสภาพก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่จะปลอดภัยกว่าค่ะ
หากเกราะผิวอ่อนแอลงไปมาก หรือมีแผลที่กำลังเป็นอยู่·การอักเสบรุนแรงในบริเวณนั้น ควรให้สงบลงก่อนแล้วค่อยปรับจังหวะเวลาจะดีค่ะ
หากอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว·ยาที่รับประทานอยู่บางชนิด ต้องพิจารณาความเหมาะสมแยกต่างหาก หากแจ้งเราไว้ล่วงหน้า เราจะช่วยกำหนดทิศทางไปด้วยกันค่ะ
และขอพูดตรง ๆ อีกอย่างหนึ่ง สิวเป็นโรคเรื้อรังและกลับเป็นซ้ำที่ยากจะรับปาก 'การรักษาให้หายขาด' ค่ะ PDT เองก็ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้หายไปตลอดกาลในครั้งเดียว แต่ใกล้เคียงกับการเข้าหาที่ดูแลจัดการให้ดีเพื่อคงสภาพที่สะอาดไว้ หากทราบจุดนี้ไว้ล่วงหน้าก็จะสบายใจกว่าค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. PDT ต่างจากเลเซอร์ยังไงคะ?
A. PDT ต่างจากเลเซอร์ทั่วไปที่ใช้เพียงแสง เพราะเป็นหัตถการสองขั้นตอนที่ทาสารไวแสงซึ่งตอบสนองต่อแสงก่อนแล้วจึงฉายแสงค่ะ ไม่ใช่ตัวแสงเองที่ออกฤทธิ์ แต่เป็นวิธีที่ยาซึ่งดูดซึมไว้ล่วงหน้ามาเจอแสงแล้วถูกกระตุ้นจนออกฤทธิ์ต่อต่อมไขมันและบริเวณที่อักเสบค่ะ ด้วยเหตุนี้จึงมีช่วงเวลารอให้ทายาและดูดซึมแยกต่างหาก และหลังทำ การดูแลเรื่องความไวต่อแสงที่ผิวไวต่อแสงก็ยิ่งสำคัญขึ้นค่ะ ส่วนว่าวิธีไหนเหมาะกับสภาพแบบไหน แตกต่างกันไปตามลักษณะของสิวและสภาพผิว จึงควรตัดสินใจหลังการวินิจฉัยค่ะ ระดับการตอบสนองมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
Q. ทำ PDT เสร็จแล้วออกไปข้างนอกได้เลยไหมคะ?
A. ทันทีหลังทำ PDT ผิวจะอยู่ในสภาพไวต่อแสง ในวันที่ทำและอีกไม่กี่วันต่อมาจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและรังสียูวีอย่างจริงจังค่ะ ในช่วงนี้หากสัมผัสแสงโดยตรง ผิวแดงหรือการระคายเคืองอาจเพิ่มมากขึ้นค่ะ หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรใส่ใจการป้องกันแสงและปกปิด และหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีแสงแดดจัดจะปลอดภัยกว่าค่ะ แม้อยู่ในร่มก็ควรอยู่ห่างจากแสงไฟจ้า ๆ ด้วยค่ะ ระยะเวลาที่ความไวต่อแสงคงอยู่แตกต่างกันไปตามชนิดและความเข้มข้นของสารไวแสง การปฏิบัติตามช่วงเวลาการดูแลที่ได้รับคำแนะนำหลังทำจึงช่วยเรื่องการฟื้นตัวค่ะ
Q. ต้องทำประมาณกี่ครั้งคะ?
A. โดยทั่วไป PDT จะแบ่งทำหลายรอบโดยเว้นระยะห่างสองสามสัปดาห์มากกว่าทำครั้งเดียวค่ะ การทำงานของต่อมไขมันและการอักเสบยากที่จะจัดระเบียบให้จบในครั้งเดียว จึงเป็นวิธีที่ดูการตอบสนองผ่านแต่ละรอบแล้วปรับความแรงและระยะห่างค่ะ เนื่องจากต้องปรับความเข้มข้นของสารไวแสงหรือเงื่อนไขการฉายแสงให้ละเอียดในแต่ละรอบ แทนที่จะกำหนดจำนวนครั้งตายตัวตั้งแต่แรก การปรับไปด้วยกันโดยดูจากผลจึงสมเหตุสมผลกว่าค่ะ จำนวนครั้งที่จำเป็นแตกต่างกันไปตามลักษณะของสิว สภาพไขมัน และการตอบสนองของผิวของแต่ละคนค่ะ ขอให้จำไว้ว่าระดับการปรับปรุงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะคะ
สรุป
สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ
PDT ไม่ใช่ 'หัตถการที่แค่ฉายแสง' แต่เป็นหัตถการที่ 'สารไวแสงกับแสง และการดูแลเรื่องความไวต่อแสงหลังทำ' ต้องไปด้วยกันค่ะ
หากท่านเหนื่อยล้ากับสิวที่แม้ใช้ยาก็จัดการได้ยาก เราเข้าใจความรู้สึกนั้นดีค่ะ เพียงแต่หากเริ่มจากการทำความเข้าใจหลักการและการดูแลเรื่องความไวต่อแสงหลังทำก่อน การฟื้นตัวก็จะสบายขึ้นและไปได้ไกลกว่าค่ะ เพียงแต่ขอให้จำไว้ว่าการตอบสนองและผลลัพธ์มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะคะ
บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความให้ข้อมูลที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)