ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DA Clinicเมียงดง

สกินบูสเตอร์ เมียงดง ถ้าเริ่มเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์ก่อนจะพลาดค่ะ 〈เริ่มจากส่วนผสม〉

หัตถการ

·หัตถการ

"สกินบูสเตอร์มีหลายชนิดมาก ตกลงควรเลือกอันไหนดีคะ?"

"อันนี้เขาว่าเติมน้ำ อันนั้นว่าฟื้นฟู แล้วผิวของฉันเหมาะกับอันไหนคะ?"

นี่คือจุดแรกที่ผู้ที่กำลังหาข้อมูลสกินบูสเตอร์มักจะติดขัดค่ะ

สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^

เรากำลังจะเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ค่ะ เนื่องจากมีหลายท่านบอกว่าเลือกยากเพราะชนิดเยอะมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ในเชิงให้ข้อมูลก่อนเปิดทำการนะคะ

ก่อนอื่น ขอชี้ประเด็นหลักก่อนค่ะ สกินบูสเตอร์ หากมองเป็น 'กลุ่มส่วนผสม' แทน 'ชื่อผลิตภัณฑ์' การเลือกจะง่ายขึ้นค่ะ

แค่อ่าน 3 นาที คุณจะจับเกณฑ์ได้ว่าผิวของฉันเหมาะกับฝั่งไหนค่ะ

สกินบูสเตอร์มีวัตถุประสงค์ต่างจากฟิลเลอร์ค่ะ

สกินบูสเตอร์เป็นหัตถการที่ฉีดส่วนผสมออกฤทธิ์เข้าไปยังชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อปรับความชุ่มชื้นและเนื้อผิวจากด้านในค่ะ

หากเครื่องสำอางที่ทาคงอยู่บนผิว สกินบูสเตอร์ก็คือการนำส่วนผสมนั้นใส่เข้าไปในชั้นหนังแท้โดยตรง เข้าใจแบบนี้ได้ค่ะ

ตรงนี้หลายท่านมองว่าเป็นหัตถการเดียวกับฟิลเลอร์ แต่ทั้งสองมีวัตถุประสงค์ต่างกันค่ะ

หากฟิลเลอร์คือการ 'เติม' ปริมาตรในจุดที่ยุบลง สกินบูสเตอร์ก็ใกล้เคียงกับฝั่งที่ 'บำรุง' สภาพแวดล้อมของผิวเองมากกว่าค่ะ

พูดง่าย ๆ ฟิลเลอร์คือการสอดเบาะรองเข้าไป ส่วนสกินบูสเตอร์คือการชโลมมอยส์เจอไรเซอร์ลงในเนื้อผ้าเพื่อฟื้นเนื้อผ้า มองแบบนี้ก็จะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ ㅎㅎ

หัวใจสำคัญไม่ใช่ 'แบรนด์' แต่เป็น 'กลุ่มส่วนผสม' ค่ะ

เพราะชื่อมีเยอะมาก หลายท่านจึงพยายามจะท่องจำชื่อผลิตภัณฑ์ก่อนใช่ไหมคะ

แต่หากมองภาพใหญ่ การแบ่งออกเป็นสองสายก่อนว่า 'เติมน้ำหรือฟื้นฟู' จะทำให้ง่ายขึ้นมากค่ะ

ก่อนอื่น กลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก ให้น้ำหนักไปที่การเติมความชุ่มชื้นและปรับปรุงเนื้อผิวค่ะ เหมาะกับท่านที่ผิวแห้งกร้าน ตึง หรือเนื้อผิวหยาบ และกังวลเรื่องความเปล่งปลั่งเป็นอันดับแรกค่ะ

ถัดมา กลุ่มโพลีนิวคลีโอไทด์ (PN) (อย่าง Rejuran เป็นต้น) เป็นที่รู้กันว่ามีทิศทางช่วยสภาพแวดล้อมการฟื้นฟูของผิวค่ะ มักถูกเรียกรวมกับ 'PDRN' แต่ PN เป็นส่วนผสมแยกต่างหากที่มีสายโซ่ยาวกว่านั้นค่ะ แทนที่จะเติมเต็มความรู้สึกแห้งกร้าน มองว่าเป็นการปูพื้นฐานให้ผิวฟื้นสภาพของตัวเองได้ค่ะ เป็นฝั่งที่นำมาพิจารณาร่วมเมื่ออยากยกระดับสภาพผิวโดยรวมค่ะ

แม้จะใช้ชื่อ 'สกินบูสเตอร์' เหมือนกัน แต่หากกลุ่มส่วนผสมต่างกัน ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังก็ต่างกันค่ะ

แน่นอนว่าทั้งสองไม่ได้แบ่งแยกกันเฉียบขาดเหมือนใช้มีดตัด แต่อาจให้น้ำหนักไปที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากกว่า หรือแบ่งช่วงเวลานำมาใช้ร่วมกันตามสภาพผิวก็ได้ค่ะ

ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้ดูก่อนว่า "ตอนนี้ผิวของฉันต้องการความชุ่มชื้นด่วน หรือต้องการฟื้นสภาพด่วน" มากกว่าชื่อผลิตภัณฑ์ค่ะ (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

ไม่ใช่หัตถการที่เปลี่ยนปุ๊บปั๊บในครั้งเดียวค่ะ

หลังทำสกินบูสเตอร์ครั้งเดียวแล้วส่องกระจก คุณอาจจะรู้สึกว่า "ไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าที่คิดเลยนี่?" ก็ได้ค่ะ

พูดตามตรงค่ะ สกินบูสเตอร์ไม่ใช่หัตถการที่เปลี่ยนแบบดรามาติกในคราวเดียว หรือยกกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยขึ้นค่ะ

โดยทั่วไปเป็นหัตถการแบบดูแลที่ค่อย ๆ สะสมเนื้อผิวทีละน้อยหลายครั้งโดยเว้นระยะห่าง 2~4 สัปดาห์ค่ะ

แทนที่จะเทน้ำลงแปลงครั้งเดียวเยอะ ๆ ลองนึกภาพการแบ่งรดน้ำให้ชุ่มเป็นระยะ ๆ เพื่อฟื้นดิน ก็จะเข้าใจได้ค่ะ

ดังนั้นจึงเป็นหัตถการที่ควรมองเป็นกระแสที่ทำหลายครั้ง มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งเดียวค่ะ

ขอชี้ผลข้างเคียงและข้อจำกัดให้ด้วยค่ะ

เนื่องจากเป็นหัตถการที่ทำด้วยการฉีด จึงอาจเกิดรอยช้ำ อาการบวม หรือความรู้สึกแปลบ ๆ ที่บริเวณที่ฉีดได้ค่ะ

โดยทั่วไปจะทุเลาลงภายในไม่กี่วัน แต่ในบางครั้งที่พบได้ไม่บ่อย อาจเกิดตุ่มแข็งหรือปฏิกิริยาอักเสบได้ค่ะ

ดังนั้นสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัยและการปรับความลึกที่เหมาะสมจึงสำคัญค่ะ

และสกินบูสเตอร์เป็นหัตถการที่ปรับเนื้อผิวและความชุ่มชื้น ไม่ใช่การยกกระชับที่ดึงการหย่อนคล้อยของชั้นที่ลึกขึ้น หากทราบจุดนี้ไว้ก่อนเริ่มก็จะดีค่ะ (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

คำถามที่พบบ่อย

Q. ควรทำกี่ครั้งคะ?

A. สกินบูสเตอร์เป็นหัตถการที่คาดหวังผลเมื่อแบ่งทำหลายครั้งมากกว่าครั้งเดียวค่ะ เนื่องจากเป็นวิธีที่ใส่ส่วนผสมออกฤทธิ์เข้าไปยังชั้นหนังแท้เพื่อค่อย ๆ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมของผิวเอง โดยทั่วไปจึงมักทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่าง 2~4 สัปดาห์ค่ะ ช่วงสองสามครั้งแรกมักทำแบบเข้มข้นโดยเว้นระยะห่าง จากนั้นจึงทำต่อด้วยรอบที่คงสภาพไว้ เป็นกระแสที่พบได้ทั่วไปค่ะ อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งและระยะห่างที่ต้องการจะแตกต่างกันไปตามว่าใช้กลุ่มส่วนผสมใด และสภาพผิวเป็นอย่างไรค่ะ ดังนั้นแทนที่จะกำหนด 'กี่ครั้ง' ไว้ตายตัว การปรับโดยดูจากระดับการตอบสนองของผิวจะเหมาะสมกว่าค่ะ

Q. ต่างจากฟิลเลอร์ยังไงคะ?

A. สกินบูสเตอร์กับฟิลเลอร์ แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่เป็นหัตถการที่มีวัตถุประสงค์ต่างกันค่ะ ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่เติมปริมาตรในบริเวณที่ยุบลงเพื่อสร้างรูปทรงและเส้นกรอบหน้า ส่วนสกินบูสเตอร์เน้นไปที่การปรับสภาพแวดล้อมของความชุ่มชื้น เนื้อผิว และความยืดหยุ่นโดยรวมค่ะ เปรียบเทียบง่าย ๆ ฟิลเลอร์คืองาน 'โครงสร้าง' ที่อุดจุดที่ยุบ ส่วนสกินบูสเตอร์ใกล้เคียงกับงาน 'ปรับดิน' ที่บำรุงพื้นฐานของผิวค่ะ ดังนั้นทิศทางจึงแยกกันแบบนี้ คือหากกังวลเรื่องปริมาตรที่ยุบให้ดูฟิลเลอร์ หากกังวลเรื่องผิวแห้งกร้านและเนื้อผิวหยาบให้ดูสกินบูสเตอร์ค่ะ สองหัตถการนี้เข้าใจได้ว่าเป็นหัตถการที่มีบทบาทต่างกันตามความกังวล มากกว่าจะเป็นคู่แข่งกันค่ะ

Q. ทำเสร็จแล้วแต่งหน้าได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

A. การแต่งหน้าหลังทำสกินบูสเตอร์ ส่วนใหญ่มักทำแบบเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นค่ะ เนื่องจากเป็นหัตถการที่ทำด้วยการฉีด ทันทีหลังทำอาจมีรอยจุดเล็ก ๆ รอยแดง และอาการบวมเล็กน้อย จึงควรรอให้สิ่งเหล่านี้ทุเลาลงในระดับหนึ่งก่อนค่ะ ในวันที่ทำ แทนที่จะกระตุ้นด้วยการแต่งหน้า การใส่ใจการปลอบประโลมและบำรุงความชุ่มชื้นจะปลอดภัยกว่าค่ะ โดยเฉพาะการถูแรง ๆ หรือเคาะบริเวณที่ทำหัตถการ โปรดหลีกเลี่ยงนะคะ ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นจะแต่งหน้าพื้นฐานและบาง ๆ ได้ตามปกติ แต่หากรู้สึกว่าผิวบอบบางไว ก็เว้นไว้อีกหนึ่งถึงสองวันก็ได้ค่ะ ส่วนการขัดผลัดเซลล์ผิวที่กระตุ้นแรงหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด เราขอแนะนำให้เลื่อนออกไปสักสองสามวันค่ะ

สรุป — เราขอแนะนำสำหรับท่านเหล่านี้

สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ

สกินบูสเตอร์ เมียงดง หากดู 'กลุ่มส่วนผสม (เติมน้ำหรือฟื้นฟู)' ก่อนชื่อผลิตภัณฑ์ การเลือกจะง่ายขึ้นค่ะ

หากผิวแห้งกร้านและกังวลเรื่องเนื้อผิวเป็นอันดับแรก ให้ลองดูฝั่งเติมน้ำก่อน หากกังวลเรื่องการฟื้นสภาพโดยรวม ให้ลองดูฝั่งที่ช่วยสภาพแวดล้อมการฟื้นฟูก่อนจะดีค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากกังวลเรื่องการหย่อนคล้อยของชั้นที่ลึกหรือกรอบหน้า วิธีอื่นอาจเหมาะกว่าสกินบูสเตอร์ค่ะ ในกรณีนั้นเราคิดว่าการกำหนดทิศทางร่วมกันในระหว่างการตรวจวินิจฉัยจะเหมาะสมกว่าค่ะ

บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)