"ใต้ตายุบจนถูกทักว่าดูเหนื่อยตลอดเลยค่ะ"
"ฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วรอยคล้ำจะหายไหมคะ?"
นี่คือเรื่องแรก ๆ ที่ผู้ที่กังวลเรื่องใต้ตามักพูดถึงกันค่ะ
สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านที่กังวลเรื่องใต้ตากันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะคะ
หากคุณกังวลเรื่องเงาใต้ตาทุกครั้งที่ส่องกระจก เราเข้าใจความรู้สึกนั้นดีค่ะ
เพียงแต่รอยคล้ำนั้นไม่ได้เหมือนกันไปหมด เราจึงขอเริ่มจากการคลายส่วนนั้นก่อนนะคะ
รอยคล้ำไม่ได้เหมือนกันไปหมดค่ะ
ก่อนอื่นขอคลายความเข้าใจผิดสักข้อก่อนนะคะ
การที่ใต้ตาดูคล้ำนั้นแบ่งใหญ่ ๆ ได้เป็นสามลักษณะค่ะ กรณีที่เม็ดสีเข้มขึ้น กรณีที่หลอดเลือดใต้ผิวบาง ๆ สะท้อนขึ้นมา และกรณีที่เป็นเงาซึ่งเกิดจากเนื้อที่ยุบลงค่ะ
ในบรรดานี้ สิ่งที่ฟิลเลอร์ดูแลเป็นหลักคือ 'เงาที่เกิดจากการยุบ' ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ รอยคล้ำที่มีสาเหตุจากเม็ดสีหรือหลอดเลือด การใช้ฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวก็อาจจางลงได้ไม่เท่าที่คาดหวัง จุดนี้เราอยากบอกไว้ล่วงหน้าค่ะ
ฟิลเลอร์ใต้ตา 'เติมเต็ม' จุดที่ยุบเพื่อลดเงาลงค่ะ
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก (HA) เป็นหัตถการที่เติมสารซึ่งมีความหนืดหยุ่นลงในชั้นหนังแท้และชั้นลึกใต้ลงไป เพื่อชดเชยปริมาตรและไลน์ที่ยุบลงค่ะ
พูดง่าย ๆ คือ เป็นวิธีที่เติมเต็มจุดที่ยุบลงไปอย่างนุ่มนวล เพื่อทำให้เงาที่เกิดจากแสงสะสมตัวจางลงค่ะ
อีกทั้งกรดไฮยาลูรอนิกมีข้อดีที่นับกันว่าสามารถย้อนกลับได้ในระดับหนึ่งด้วยเอนไซม์สลาย (ไฮยาลูโรนิเดส) ค่ะ
การที่มีช่องให้ปรับได้เมื่อผลออกมาต่างจากที่คิด ก็เป็นส่วนที่ทำให้สบายใจขึ้นเวลาตัดสินใจทำหัตถการค่ะ (เพียงแต่การตอบสนองต่อการย้อนกลับก็มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ)
ใต้ตาผิวบาง 'การออกแบบ' จึงสำคัญเป็นพิเศษค่ะ
ใต้ตาเป็นบริเวณที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ผิวบางที่สุดบนใบหน้าของเราค่ะ
ด้วยเหตุนี้ หากฉีดตื้นเกินไปหรือปริมาณมาก ฟิลเลอร์ก็อาจสะท้อนออกมาดูออกสีเขียวคล้ำ (ปรากฏการณ์ทินดัล) หรือดูจับตัวเป็นก้อนเฉพาะจุดได้ค่ะ
แม้จะเป็นใต้ตาเหมือนกัน การออกแบบอย่างละเอียดว่าจะฉีดที่ความลึกไหน ด้วยเนื้อฟิลเลอร์แบบใด ปริมาณเท่าไร ก็ส่งผลต่อผลลัพธ์อย่างมากค่ะ
เนื่องจากเป็นการดูไปถึงว่าเวลาแสดงสีหน้ามีการเคลื่อนไหวอย่างไรด้วยแล้วจึงกำหนดปริมาณ ระยะเวลาที่คงอยู่จึงหลากหลายตั้งแต่ราวหลายเดือนไปจนถึงมากกว่า 1 ปี ขึ้นอยู่กับบริเวณและเนื้อฟิลเลอร์ค่ะ
การที่ไม่ใช่หัตถการที่คงอยู่ถาวรก็เป็นจุดที่ควรจำไว้ด้วยกันค่ะ
กรุณาดูจากภาพที่ผ่านไปหลายวันมากกว่าทันทีหลังทำหัตถการนะคะ
ใต้ตาเป็นบริเวณที่ตัดสินผลลัพธ์จากภาพทันทีหลังทำหัตถการได้ยากค่ะ
ในช่วงไม่กี่วันแรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหลงเหลือจนดูอูมขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านช่วงนี้ไปก็จะค่อย ๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
ด้วยเหตุนี้ การฉีดในปริมาณที่พอดี เว้นดูผลไว้ไม่กี่วัน แล้วหากจำเป็นจึงค่อย ๆ ชดเชยทีละน้อย จึงเป็นหัวใจสำคัญของความเป็นธรรมชาติค่ะ
ความเร็วและรูปลักษณ์ในการเข้าที่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ดังนั้นการดูจากภาพในอีกไม่กี่วันมากกว่ากระจกในวันนั้นจะดีกว่าค่ะ
ท่านเหล่านี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งนะคะ
ฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ใช่หัตถการที่แนะนำได้อย่างง่าย ๆ ในทุกสถานการณ์ค่ะ
ดังที่กล่าวไปข้างต้น หากเป็นรอยคล้ำที่มีเม็ดสีหรือหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลัก การทำเพียงหัตถการเติมเต็มก็อาจรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้น้อยค่ะ
อีกทั้งแม้พบได้ไม่บ่อย แต่ในกระบวนการฉีดอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด (สัญญาณที่ผิวซีดลง หรือรู้สึกเจ็บปวด · การมองเห็นผิดปกติ) การแจ้งทันทีและรับมือเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงสำคัญค่ะ
หากปกติเป็นคนที่อาการบวมยุบยาก หรือมีนิสัยนอนหงายเป็นต้น รูปลักษณ์ในการเข้าที่ก็อาจต่างออกไป ดังนั้นการตรวจสอบสภาพร่วมกันก่อนทำแล้วจึงตัดสินใจจะดีกว่าค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วรอยคล้ำจะหายหมดไหมคะ?
A. ฟิลเลอร์ใต้ตามากกว่าจะเป็นหัตถการที่ 'ลบรอยคล้ำทั้งหมด' ใกล้เคียงกับหัตถการที่เติมเต็มจุดที่ยุบเพื่อทำให้เงาจางลงค่ะ สาเหตุที่ใต้ตาดูคล้ำแบ่งเป็นเม็ดสี หลอดเลือดที่สะท้อน และเงาจากการยุบ ซึ่งสิ่งที่ฟิลเลอร์ดูแลเป็นหลักในบรรดานี้คือเงาจากการยุบค่ะ ด้วยเหตุนี้ หากเม็ดสีหรือหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลัก การใช้ฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวก็อาจจางลงได้ไม่เท่าที่คาดหวังค่ะ กรณีที่สาเหตุปนกันก็มีมาก การสำรวจก่อนว่าเป็นรอยคล้ำลักษณะใดแล้วจึงกำหนดทิศทางจึงสมเหตุสมผลกว่าค่ะ และขอให้ดูด้วยว่าระดับของการเปลี่ยนแปลงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
Q. ใต้ตาผิวบาง ฟิลเลอร์จะสะท้อนออกมาให้เห็นไหมคะ?
A. เป็นส่วนที่กังวลได้เต็มที่ค่ะ ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางบนใบหน้า หากฉีดตื้นเกินไปหรือปริมาณมาก ฟิลเลอร์ก็อาจสะท้อนออกมาดูออกสีเขียวคล้ำ (ปรากฏการณ์ทินดัล) หรือดูจับตัวเป็นก้อนเฉพาะจุดได้ค่ะ ด้วยเหตุนี้ การออกแบบอย่างละเอียดว่าจะฉีดที่ความลึกไหน ด้วยเนื้อฟิลเลอร์แบบใด ปริมาณเท่าไร จึงสำคัญเป็นพิเศษค่ะ มากกว่าจะเติมมากเกินไป การฉีดในปริมาณที่พอดี ดูผล แล้วประเมินซ้ำ เป็นหัวใจของความเป็นธรรมชาติ เราจึงแนะนำให้ค่อย ๆ ดูเป็นขั้น ๆ มากกว่าจะโลภตั้งแต่แรกค่ะ
Q. ฉีดครั้งหนึ่งอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. ขึ้นอยู่กับบริเวณ เนื้อฟิลเลอร์ และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า จึงหลากหลายตั้งแต่ราวหลายเดือนไปจนถึงมากกว่า 1 ปีอย่างกว้างขวางค่ะ บริเวณที่ขยับด้วยการแสดงสีหน้าบ่อยอย่างใต้ตา ระยะเวลาที่คงอยู่อาจรู้สึกว่าสั้นลงเล็กน้อยได้ค่ะ เพียงแต่ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกไม่ใช่หัตถการที่คงอยู่ถาวร แต่จะค่อย ๆ ถูกดูดซับเมื่อเวลาผ่านไป และหากจำเป็นก็สามารถปรับได้ในระดับหนึ่งด้วยเอนไซม์สลาย เป็นลักษณะเฉพาะค่ะ ทั้งระยะเวลาที่คงอยู่และความเร็วในการถูกดูดซับมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงขอให้มองเป็นกระบวนการที่ดูผลแล้วประเมินซ้ำจะดีค่ะ
สรุป
สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ
ฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ใช่หัตถการที่ 'ลบรอยคล้ำ' แต่เป็นหัตถการที่เติมเต็มจุดที่ยุบเพื่อทำให้เงาจางลงค่ะ
หากคุณกังวลเรื่องเงาในกระจก การเริ่มจากการสำรวจก่อนว่าความคล้ำนั้นเป็นลักษณะใดก็ดีค่ะ เพียงแต่ขอให้จำไว้ว่าผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะคะ
บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)