ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DA Clinicเมียงดง

Ultherapy เมียงดง ไม่ใช่ทุกอย่างที่เรียกว่า 'ลิฟติ้ง' แล้วจะยกขึ้นได้จริงค่ะ

อุปกรณ์

·อุปกรณ์

"Ultherapy กับ Thermage เขาว่าเป็นการยกกระชับทั้งคู่ มันต่างกันยังไงคะ?"

"แล้วฉันควรทำอันไหนระหว่างสองอันนี้ดีคะ?"

ระหว่างที่เตรียมให้คำปรึกษา เราได้รับคำถามนี้บ่อยมากจริง ๆ ค่ะ

สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^

เรากำลังจะเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ค่ะ เนื่องจากมีหลายท่านที่สับสนระหว่างสองหัตถการนี้มาก เราจึงขอสรุปความแตกต่างไว้ให้ในเชิงให้ข้อมูลนะคะ

ก่อนอื่น ขอชี้ประเด็นหลักก่อนค่ะ Ultherapy กับ Thermage ไม่ใช่หัตถการที่แข่งขันกัน แต่เป็นหัตถการที่ทำงานคนละ 'ชั้น' กันค่ะ

Ultherapy สัมผัส 'ชั้นที่ลึก' ด้วยคลื่นอัลตราซาวด์

Ultherapy เป็นหัตถการยกกระชับที่รวมพลังงานอัลตราซาวด์โฟกัส (HIFU) ลงไปยังชั้นผิวที่ลึก สร้างจุดแข็งตัวจากความร้อน (coagulation point) แล้วดึงเอาการสร้างคอลลาเจนใหม่ออกมาในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูค่ะ

Ultherapy PRIME ที่ DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังเตรียมไว้นั้น เป็นแบบ MFU-V ที่ใส่พลังงานไปพร้อมกับการมองเห็นชั้นที่ทำหัตถการผ่านภาพแบบเรียลไทม์ค่ะ และขอเสริมว่า เป็นเครื่องที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดสำหรับบริเวณอย่างคิ้ว ใต้คาง และแนวลำคอ จากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ด้วยค่ะ

ลงลึกถึงระดับไหนคะ?

Ultherapy แบ่งส่งพลังงานออกเป็นสามระดับความลึก คือ 1.5mm, 3.0mm และ 4.5mm ค่ะ

ระดับที่ลึกที่สุดคือ 4.5mm ซึ่งเป็นความลึกที่สัมผัสถึงชั้น SMAS ที่ค้ำยันการแสดงออกทางสีหน้าและกรอบหน้าค่ะ เป็นการสร้างจุดแข็งตัวจากความร้อนในชั้นที่ลึกโดยไม่แตะต้องชั้นหนังกำพร้าค่ะ

แทนที่จะเป็นการให้ความร้อนแก่ผิวชั้นนอก ลองนึกภาพการรัดเสาที่เป็นโครงค้ำยันให้แน่นจากด้านในออกมา ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

แล้วต่างจาก Thermage ตรงไหนคะ?

Thermage เป็น 'การกระชับ' (tightening) ที่ให้ความร้อนแบบเป็นปริมาตรลงไปยังชั้นหนังแท้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ค่ะ

ในขณะที่ Ultherapy เป็น 'การยกกระชับ' (lifting) ที่รวมคลื่นอัลตราซาวด์ส่งลงไปลึกถึงชั้น SMAS ค่ะ ฝั่งหนึ่งให้น้ำหนักไปที่ความยืดหยุ่นของผิว อีกฝั่งหนึ่งให้น้ำหนักไปที่การหย่อนคล้อยของชั้นที่ลึกกว่าและกรอบหน้าค่ะ

ดังนั้นคำถามที่ว่า "ระหว่างสองอันนี้อันไหนดีกว่ากัน" จึงไม่มีคำตอบตายตัวค่ะ เพราะฝั่งที่เหมาะจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่ากังวลเรื่องความยืดหยุ่นของผิว หรือกังวลเรื่องการหย่อนตัวของชั้นที่ลึกค่ะ จริง ๆ แล้วก็มีหลายกรณีที่นำทั้งสองอย่างมาใช้ร่วมกันโดยแบ่งช่วงเวลาด้วยค่ะ

เหมาะกับท่านแบบนี้ และท่านแบบนี้ควรพิจารณาให้รอบคอบ

สำหรับท่านที่กรอบหน้าเริ่มเลือนและความยืดหยุ่นของชั้นที่ลึกเริ่มลดลง ค่อนข้างเหมาะค่ะ

ในทางกลับกัน หากผิวหย่อนคล้อยไปมาก หรือปริมาณการหย่อนตัวเองมีมาก การยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์เพียงอย่างเดียวอาจได้การเปลี่ยนแปลงไม่เท่าที่คาดหวังค่ะ

หากกำลังตั้งครรภ์ หรือมีบาดแผล/การติดเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ หรือเพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือใส่วัสดุเสริมในบริเวณนั้นเมื่อไม่นานมานี้ การเลื่อนหัตถการออกไปและปรึกษากันก่อนจะปลอดภัยกว่าค่ะ

ผลข้างเคียงและข้อจำกัดที่ควรทราบ

ทันทีหลังทำหัตถการ อาจเกิดรอยแดง อาการบวม ความเจ็บแบบถูกกด และการลดลงของความรู้สึกชั่วคราวได้ค่ะ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ทุเลาลงเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

ในบางครั้งที่พบได้ไม่บ่อย อาจเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราวจากการกระตุ้นเส้นประสาท การตรวจสอบชั้นและตำแหน่งที่ทำหัตถการให้แม่นยำในระหว่างทำจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ

แม้ Ultherapy จะจัดการกับชั้นที่ลึก แต่ก็ไม่ใช่หัตถการที่ให้การเปลี่ยนแปลงในระดับเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า (face lift) ค่ะ หากทราบจุดนี้ไว้ก่อนเริ่มก็จะดีค่ะ (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

คำถามที่พบบ่อย

Q. จะเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

A. ผลของ Ultherapy ไม่ได้ปรากฏทันทีหลังทำหัตถการ แต่จะค่อย ๆ ปรากฏอย่างช้า ๆ ในช่วง 2~3 เดือนที่คอลลาเจนกลับมาเติมเต็มค่ะ บางท่านอาจรู้สึกถึงความกระชับเล็กน้อยในวันที่ทำหรือทันทีหลังทำ แต่นั่นค่อนข้างจะเป็นการตอบสนองชั่วคราวค่ะ การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดจากกระบวนการที่จุดแข็งตัวจากความร้อนซึ่งสร้างขึ้นในชั้น SMAS ฟื้นฟูตัวและคอลลาเจนใหม่เข้ามาแทนที่ค่ะ ดังนั้นแม้พอผ่านไปประมาณหนึ่งเดือนแล้วจะรู้สึกว่า 'ดูเหมือนไม่ค่อยเปลี่ยนเลย' ก็ขอให้รอดูสักสองสามเดือนนะคะ และขอให้ทราบไว้ด้วยว่าจังหวะและระดับของการเปลี่ยนแปลงนั้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ตามอายุ ความหนาของผิว และระดับการหย่อนคล้อยค่ะ

Q. เจ็บมากไหมคะ?

A. ความเจ็บจาก Ultherapy จะปรากฏเป็นความรู้สึกเมื่อ ๆ หรือร้อนวาบสั้น ๆ ในขณะที่พลังงานอัลตราซาวด์ถูกส่งลงไปยังชั้นที่ลึกค่ะ เนื่องจากลงลึกถึงชั้น SMAS ที่ลึกกว่า Thermage ในช่วงที่พลังงานเข้าไปจึงอาจรู้สึกถึงการกระตุ้นได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม มากกว่าจะเป็นระดับที่ทนไม่ได้ หลายท่านมักอธิบายว่า 'เสียวแปลบแล้วก็ผ่านไป' ค่ะ ก่อนทำหัตถการเราจะทายาชา และปรับระดับความแรงของพลังงานทีละขั้นพร้อมกับดูแลเรื่องการระงับความเจ็บไปด้วย จึงช่วยลดภาระได้ค่ะ บริเวณที่อยู่ใกล้กระดูกอาจรู้สึกไวขึ้นหน่อย หากไม่สบายตัว บอกเราได้ทันทีเลยนะคะ

Q. หลังทำหัตถการดูแลอย่างไรคะ?

A. หลังทำ Ultherapy แทบไม่มีช่วงพักฟื้น (downtime) ที่ต้องหยุดพัก แต่การดูแลในช่วงไม่กี่วันมีผลต่อผลลัพธ์ค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงแสงแดดและใส่ใจการบำรุงความชุ่มชื้นและเติมน้ำให้ผิวค่ะ เนื่องจากเป็นช่วงที่ชั้นที่ลึกกำลังฟื้นฟู กิจกรรมที่ให้ความร้อนสูงอย่างซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ ควรเลื่อนออกไปประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อความปลอดภัยค่ะ ทันทีหลังทำหัตถการอาจมีอาการบวมชั่วคราว ความรู้สึกถูกกด หรือรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจะหายไปภายในไม่กี่วันค่ะ การดื่มแอลกอฮอล์หรือออกกำลังกายหนักก็ควรงดไว้สักสองสามวันจะช่วยให้ฟื้นตัวดีขึ้นค่ะ ส่วนการล้างหน้าและบำรุงผิวพื้นฐานตามปกติทำได้ตั้งแต่วันที่ทำเลยค่ะ

สรุป

สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ

Ultherapy คือการยกกระชับชั้น SMAS ที่ลึก ส่วน Thermage คือการกระชับชั้นหนังแท้ 'ความลึก' ของสิ่งที่กังวลจะเป็นตัวกำหนดทางเลือกค่ะ

บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความให้ข้อมูลที่เรียบเรียงความแตกต่างของสองหัตถการไว้ระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)