"ได้ยินมาว่าฉีดโบท็อกซ์แล้วสีหน้าจะดูแข็ง จริงหรือเปล่าคะ?"
"ริ้วรอยหว่างคิ้วกับหางตา ฉีดครั้งเดียวแล้วมันจะเรียบอยู่ตลอดเลยไหมคะ?"
นี่คือเรื่องที่ผู้ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องโบท็อกซ์ลดริ้วรอยจากริ้วรอยแสดงสีหน้ามักถามกันมากที่สุดค่ะ
สวัสดีค่ะ เราคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านที่กำลังลังเลเรื่องโบท็อกซ์ลดริ้วรอยกันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะคะ
ความกังวลที่ว่า 'สีหน้าจะดูแข็ง' เราเข้าใจความรู้สึกนั้นดีค่ะ
เพียงแต่ความแข็งนั้นมักเกิดจากปริมาณและตำแหน่งมากกว่าตัวหัตถการเอง เราจึงขอเริ่มจากการอธิบายหลักการนั้นก่อนนะคะ
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยเป็นการลดการหดตัวที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าค่ะ
ก่อนอื่นขอไล่จากหลักการก่อนนะคะ
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยคือการฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้าไปที่กล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เพื่อลดการหดตัวที่มากเกินไปซึ่งกล้ามเนื้อนั้นทำซ้ำ ๆ ลงชั่วคราวค่ะ
ริ้วรอยแสดงสีหน้าเกิดจากการทำสีหน้าเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน จนเกิดเป็นร่องพับสะสมขึ้นในบริเวณนั้น เราจึงค่อย ๆ ผ่อนการเคลื่อนไหวนั้นเองให้นุ่มนวลลงค่ะ
เมื่อกล้ามเนื้อถูกดึงน้อยลง ร่องที่เคยพับก็คลี่ออกมากขึ้น จึงเป็นการเข้าหาที่คาดหวังให้ภาพลักษณ์ของหว่างคิ้ว หน้าผาก หรือหางตาดูสงบนิ่งลงค่ะ
เพียงแต่ริ้วรอยลึกแบบคงที่ที่ฝังลึกไปแล้วนั้นเป็นคนละเรื่องกับการเคลื่อนไหว ระดับการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังได้จึงอาจแตกต่างออกไป ขอบอกไว้ล่วงหน้าตรงนี้นะคะ
หว่างคิ้ว · หน้าผาก · หางตา แต่ละบริเวณมีลักษณะร่องที่ต่างกันเล็กน้อยค่ะ
บริเวณที่คนหาข้อมูลเรื่องโบท็อกซ์ลดริ้วรอยกันมากที่สุดคือหว่างคิ้ว หน้าผาก และหางตาค่ะ
หว่างคิ้วเป็นร่องที่จับตัวในแนวตั้งเวลาขมวดคิ้ว ส่วนหน้าผากเป็นร่องที่จับตัวในแนวนอนเวลายกคิ้วขึ้นค่ะ
ส่วนหางตาเป็นร่องที่แผ่ออกด้านนอกคล้ายซี่พัดเวลายิ้ม เป็นบริเวณที่ริ้วรอยเล็ก ๆ มักสังเกตเห็นได้ก่อนค่ะ
เนื่องจากกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวที่ใช้ในแต่ละบริเวณต่างกัน แม้เป็นหัตถการเดียวกัน ตำแหน่งและปริมาณที่ฉีดก็ออกแบบให้ต่างกันไปตามแต่ละบริเวณค่ะ
โดยเฉพาะหน้าผากนั้นเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกคิ้วขึ้น ส่วนของการปรับปริมาณโดยดูสมดุลไปด้วยจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ
ผลลัพธ์เป็นกระแสชั่วคราวที่โดยทั่วไปคงอยู่ราว 3~6 เดือนค่ะ
ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ลดริ้วรอยไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงถาวร แต่เป็นกระแสชั่วคราวที่คงอยู่ระยะหนึ่งแล้วค่อย ๆ จางลงค่ะ
โดยทั่วไปมองว่าเป็นกระแสที่คงอยู่ราว 3 เดือนถึง 6 เดือน แต่ระยะเวลาที่คงอยู่จะแตกต่างกันไปตามบริเวณ ปริมาณ และการเผาผลาญของแต่ละบุคคลค่ะ
เมื่อผลลัพธ์จางลงและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อค่อย ๆ กลับคืนมา ร่องที่เคยพับก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นอีกครั้งค่ะ
ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะเป็นหัตถการที่ทำครั้งเดียวจบ จึงมีหลายท่านที่ทำต่อโดยดูจากกระแสในช่วงที่ผลลัพธ์คลายไปราวครึ่งหนึ่งค่ะ
เพียงแต่หากทำซ้ำในระยะที่ถี่เกินไป การตอบสนองอาจเปลี่ยนไปได้ เราจึงมองว่าการเว้นระยะที่เหมาะสมไว้จะสมเหตุสมผลกว่าค่ะ
ความเป็นธรรมชาติขึ้นอยู่กับปริมาณที่พอดีและตำแหน่งที่แม่นยำค่ะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในโบท็อกซ์ลดริ้วรอยไม่ใช่ 'ฉีดแรงแค่ไหน' แต่เป็น 'ฉีดปริมาณเท่าไรตรงตำแหน่งไหน' ค่ะ
เพราะกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าเคลื่อนไหวประสานเกี่ยวเนื่องกัน หากลดเพียงกล้ามเนื้อเดียวมากเกินไป สมดุลกับกล้ามเนื้อข้างเคียงก็จะพังลง จนสีหน้าดูแข็งได้ค่ะ
หากปริมาณมากเกินไป แม้ร่องจะคลี่ออก แต่การเคลื่อนไหวก็แข็งทื่อจนภาพลักษณ์ดูไม่เป็นธรรมชาติ และหากตำแหน่งคลาดเคลื่อน บริเวณที่ไม่ได้ตั้งใจก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วยค่ะ
ด้วยเหตุนี้ การออกแบบที่ดูทั้งการคลี่ร่องและการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติไปพร้อมกัน แล้วแบ่งฉีดปริมาณที่พอดีลงในตำแหน่งที่แม่นยำ จึงเป็นหัวใจสำคัญค่ะ
มีวิธีที่ในตอนแรกกำหนดปริมาณอย่างระมัดระวังแล้วดูผลก่อนจึงค่อยปรับด้วย แต่วิธีไหนจะเหมาะกับใครนั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลตามรูปแบบการแสดงสีหน้าค่ะ
ท่านเหล่านี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งนะคะ
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยไม่ใช่หัตถการที่แนะนำเหมือนกันหมดกับทุกริ้วรอยค่ะ
หากไม่ใช่ริ้วรอยแสดงสีหน้าที่จับตัวเวลาเคลื่อนไหว แต่เป็นริ้วรอยแบบคงที่ที่ฝังลึกแม้อยู่นิ่ง ๆ การเข้าหาด้วยวิธีนี้เพียงอย่างเดียวก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ไม่เท่าที่คาดหวังค่ะ
กรณีที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร กรณีที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือกรณีที่เคยมีอาการแพ้โบทูลินัมท็อกซิน ควรตรวจสอบสภาพก่อนแล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ค่ะ
นอกจากนี้ หากท่านมีกำหนดการสำคัญอยู่ตรงหน้า การเผื่อเวลาไว้อย่างสบาย ๆ โดยคำนึงถึงช่วงที่ผลลัพธ์จะเข้าที่และความเป็นไปได้ของรอยช้ำเล็กน้อย จะเป็นทางที่ดีกว่าค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยแล้วสีหน้าจะดูแข็งทื่อไหมคะ?
A. การที่สีหน้าดูแข็งนั้นมักเกิดจากปริมาณและตำแหน่งมากกว่าตัวหัตถการเองค่ะ เพราะกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าเคลื่อนไหวประสานเกี่ยวเนื่องกัน หากลดเพียงกล้ามเนื้อเดียวมากเกินไป สมดุลก็จะเสียไปจนภาพลักษณ์ดูแข็งได้ค่ะ ด้วยเหตุนี้ การออกแบบที่ดูทั้งการคลี่ร่องและการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติไปพร้อมกัน แล้วฉีดปริมาณที่พอดีลงในตำแหน่งที่แม่นยำจึงสำคัญค่ะ มีวิธีที่ในตอนแรกกำหนดปริมาณอย่างระมัดระวังแล้วดูผลก่อนจึงค่อยปรับด้วย แต่วิธีไหนจะเหมาะกับใครนั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลตามรูปแบบการแสดงสีหน้าค่ะ
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ลดริ้วรอยไม่ถาวร แต่เป็นกระแสชั่วคราวที่โดยทั่วไปคงอยู่ราว 3 เดือนถึง 6 เดือนแล้วค่อย ๆ จางลงค่ะ ระยะเวลาที่คงอยู่จะแตกต่างกันไปตามบริเวณ ปริมาณ และการเผาผลาญของแต่ละบุคคลค่ะ เมื่อผลลัพธ์จางลงและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อกลับคืนมา ร่องที่เคยพับก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นอีกครั้งค่ะ ด้วยเหตุนี้ จึงมีหลายท่านที่ทำต่อโดยดูจากกระแสในช่วงที่ผลลัพธ์คลายไปราวครึ่งหนึ่ง และการเว้นระยะที่เหมาะสมไว้จะสมเหตุสมผลกว่าการทำซ้ำในระยะที่ถี่เกินไปค่ะ
Q. ริ้วรอยที่ฝังลึกไปแล้วจะคลี่ออกด้วยไหมคะ?
A. โบท็อกซ์ลดริ้วรอยเป็นการเข้าหาที่มุ่งไปยังริ้วรอยแสดงสีหน้าที่พับจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อค่ะ ริ้วรอยแบบคงที่ที่ฝังลึกแม้อยู่นิ่ง ๆ นั้นเป็นคนละเรื่องกับการเคลื่อนไหว ระดับการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังได้จึงอาจแตกต่างออกไปค่ะ เพียงแต่การลดการเคลื่อนไหวลงก็อาจช่วยชะลอกระแสที่ร่องจะยิ่งลึกลงได้ ดังนั้นการแยกก่อนว่าเป็นริ้วรอยลักษณะใดจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ หากทราบไว้ด้วยว่าระดับของผลลัพธ์มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลก็จะดีค่ะ
สรุป
สรุปเนื้อหาวันนี้เป็นบรรทัดเดียวได้แบบนี้ค่ะ
ความเป็นธรรมชาติของโบท็อกซ์ลดริ้วรอยไม่ได้อยู่ที่ความแรงของกำลัง แต่อยู่ที่การออกแบบที่ฉีดปริมาณพอดีลงในตำแหน่งที่แม่นยำค่ะ
หากคุณกังวลเรื่องริ้วรอยแสดงสีหน้าที่หว่างคิ้วหรือหางตา การพิจารณาในทิศทางที่ค่อย ๆ ผ่อนการเคลื่อนไหวให้นุ่มนวลลงก็ดีค่ะ เพียงแต่ขอให้จำไว้ว่าระยะเวลาที่คงอยู่และระดับของการเปลี่ยนแปลงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะคะ
บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เชิญชวนให้ทำหัตถการ แต่เป็นบทความที่เรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลระหว่างที่กำลังเตรียมเปิดทำการค่ะ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ค่ะ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะคะ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin · Yoon Ju-hyun แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)