ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Column

สิวที่เมียงดง สิ่งที่ต้องดูก่อนบีบครับ〈เกณฑ์ของแพทย์〉

สิวและรูขุมขน

"พอขึ้นทีไรมือก็ไปก่อนเลย บีบไม่ได้เหรอคะ?"

"กินยาก็ลองแล้ว บีบก็ลองแล้ว แต่ก็ยังขึ้นซ้ำที่เดิมอยู่เรื่อยค่ะ"

นี่คือเรื่องที่ผู้ที่ทนทุกข์กับสิวมานานมักจะพูดถึงบ่อย ๆ ครับ

ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin ที่จะได้พบกันที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ครับ ^^

เรากำลังเตรียมเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ครับ เนื่องจากก่อนเปิดทำการมีหลายท่านสงสัยเรื่องสิวกันมาก เราจึงขอเรียบเรียงไว้ให้ในเชิงให้ข้อมูลก่อนนะครับ

มีหลายท่านมากที่บีบแล้วเหลือแผลเป็นไว้ครับ เริ่มจากดูว่าต่างกันตรงไหนก็พอครับ

เป้าหมายที่แท้จริงของการรักษาสิวไม่ใช่ 'การบีบออกวันนี้สักเม็ด' แต่คือ 'การไม่ทิ้งแผลเป็นไว้' ครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเกณฑ์นั้นได้ครับ

สิวไม่ได้เกิดจาก 'สาเหตุเดียว' ครับ

สิวเป็นโรคที่เกิดจากสี่อย่างซ้อนทับกัน ได้แก่ ไขมันที่เพิ่มขึ้น ขุยที่อุดตันรูขุมขน เชื้อแบคทีเรียสิว (C.acnes) ที่เติบโต และการอักเสบที่เพิ่มเข้ามาด้วยครับ

ก่อนอื่นขอคลายความเข้าใจผิดสักข้อก่อนเริ่มนะครับ

ก็คือ ไม่ใช่ปัญหาง่าย ๆ ที่จบได้ด้วย "แค่ล้างหน้าให้สะอาด" หรือ "แค่กินยาตัวเดียว" ครับ

ลองนึกภาพท่อระบายน้ำที่อุดตันก็จะเข้าใจง่ายครับ ㅎㅎ ต้องขัดคราบ (ไขมัน) เอาเส้นผม (ขุย) ออก และจัดการเชื้อแบคทีเรียด้วย น้ำจึงจะระบายได้คล่อง การแก้แค่ด้านเดียวก็จะตันใหม่ในไม่ช้าครับ

ดังนั้นสิวจึงต้องแยกชนิดและสาเหตุก่อน แล้วผสมผสานวิธีต่าง ๆ อย่างยาทาภายนอก ยารับประทาน การกดสิว เลเซอร์ และ NeoBeam ทีละขั้นเป็นพื้นฐานครับ

ข้อแรก 'การจัดการสาเหตุ' มาก่อน 'การบีบ' ครับ

หลายท่านคิดว่า "สุดท้ายสิวก็ต้องบีบออกถึงจะหายไม่ใช่เหรอ" ใช่ไหมครับ

แน่นอนว่าสิวหัวขาวหรือสิวหัวดำที่สุกดีแล้ว หากกดออกในเวลาที่เหมาะสมด้วยเครื่องมือปลอดเชื้อในสถานพยาบาลก็ช่วยให้ฟื้นตัวได้ครับ

แต่การกดสิวเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น เพียงเท่านั้นไม่ได้ทำให้สาเหตุหายไปครับ

หากปล่อยให้สภาพแวดล้อมที่ไขมันยังออกมามากเกินและรูขุมขนยังอุดตันคงอยู่ต่อไป ก็จะขึ้นซ้ำที่เดิมอีกครับ ดังนั้นการจัดการสาเหตุไปพร้อมกับการกดสิวด้วยยาทาภายนอกและยารับประทานจึงเป็นทางที่ช่วยลดการกลับเป็นซ้ำครับ (การตอบสนองมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

ข้อสอง สิวที่ลึกต้องการการเข้าหาแบบ 'เปลี่ยนเนื้อผิว' ครับ

ต่างจากตุ่มเล็ก ๆ บนผิว สิวก้อนหรือสิวซีสต์ที่ฝังตัวแข็งอยู่ลึก ๆ การบีบออกไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาครับ

ในทางกลับกัน หากฝืนบีบ การอักเสบจะยิ่งลุกลาม หรือชั้นหนังแท้เสียหายจนเหลือเป็นแผลเป็นยุบ ความเสี่ยงก็จะยิ่งสูงขึ้นครับ

สำหรับสิวที่ลึกแบบนี้ บางครั้งก็นำวิธีอย่าง NeoBeam ที่มุ่งเป้าไปที่ต่อมไขมันโดยตรงมาใช้ครับ เป็นการพิจารณาข้อบ่งชี้แล้วนำมาใช้กับสิวเรื้อรังที่กลับเป็นซ้ำที่เดิมครับ

เพียงแต่ไม่ใช่ว่าสิวทุกชนิดจำเป็นต้องใช้ครับ เราเห็นว่าการวินิจฉัยชนิดและความลึกก่อน แล้วค่อยแนะนำให้เฉพาะท่านที่เหมาะทีละขั้นจะเหมาะสมกว่าครับ

ข้อสาม สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ ไม่ใช่สิว แต่เป็น 'แผลเป็น' ครับ

สิวเมื่อยุบลงส่วนใหญ่ร่องรอยก็จะจางลง แต่แผลเป็นที่ยุบลงไปแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ

เมื่อชั้นหนังแท้เสียหาย แม้เวลาผ่านไปก็เติมเต็มได้ยาก และในภายหลังก็จำเป็นต้องรักษาแผลเป็นแยกต่างหากครับ

ดังนั้นเป้าหมายที่เราใส่ใจมากที่สุดจึงไม่ใช่ 'วันนี้บีบออกได้กี่เม็ด' แต่เป็น 'เหลือแผลเป็นไว้น้อยแค่ไหน' ครับ

เหตุผลที่ห้ามบีบด้วยมือเองที่บ้านก็อยู่ตรงนี้ครับ เพราะเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนมือเข้าไปทำให้ติดเชื้อ หรือบีบไม่สุดจนการอักเสบลงลึก สิ่งนั้นก็จะนำไปสู่แผลเป็นโดยตรงครับ ยิ่งรีบยิ่งต้องค่อย ๆ ทำ เป็นเรื่องจริงสำหรับสิวเลยครับ

พูดตามตรง ในกรณีเหล่านี้การพบแพทย์ผิวหนังต้องมาก่อนครับ

มีหลายท่านที่ประคองด้วย 'การดูแล' เพียงอย่างเดียว แต่ในกรณีต่อไปนี้ การพบแพทย์ก่อนจะปลอดภัยกว่าการดูแลเองครับ

หากสิวก้อนหรือซีสต์ที่ลึกและแข็งกลับเป็นซ้ำ หรือบีบจนเริ่มเกิดแผลเป็นยุบแล้ว หรือใช้ยาแล้วก็ยังไม่ค่อยจัดการได้ — ก่อนจะสายเกินไป การได้รับการวินิจฉัยสาเหตุจะดีกว่าครับ

และขอพูดตรง ๆ อีกอย่างหนึ่ง สิวเป็นโรคเรื้อรังและกลับเป็นซ้ำที่ยากจะรับปาก 'การลบให้หมดในครั้งเดียว' ครับ

เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนและพฤติกรรมการใช้ชีวิตมาก จึงใกล้เคียงกับการจัดการให้ดีเพื่อคงสภาพที่สะอาดไว้ มากกว่าจะหายไปตลอดกาลในครั้งเดียวครับ การรู้จุดนี้ไว้ก่อนเริ่ม สุดท้ายก็ทั้งสบายใจและให้ผลลัพธ์ที่ดีครับ

หัวใจคือการไม่ให้กลายเป็นแผลเป็น

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการรักษาสิว จริง ๆ แล้วไม่ใช่ การทำให้สิ่งที่ขึ้นตอนนี้หายเร็ว ครับ แต่คือการไม่ให้ข้ามไปเป็นแผลเป็นครับ

ตัวสิวเองเมื่อเวลาผ่านไปก็สงบลงครับ แต่ ยิ่งการอักเสบลึกและยาวนาน และ ยิ่งแตะด้วยมือ โอกาสที่จะเหลือเป็นแผลเป็นก็ยิ่งสูงขึ้นครับ

ลำดับจึงเป็นแบบนี้ครับ ทำให้การอักเสบสงบเร็ว จัดการขั้นที่เป็นสาเหตุเพื่อลดสิ่งที่ขึ้นใหม่ แล้วจึงค่อยดูรอยที่เหลือครับ

ถ้าทำกลับกันโดยเริ่มจากลบรอย ก็จะกลายเป็นการไล่ตามรอยในสภาพที่สิวใหม่ยังขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เป็นจุดที่เวลาและค่าใช้จ่ายรั่วไหลมากที่สุดครับ

ขอเสริมว่ารอยก็มีสองแบบครับ รอยแดง มักจางลงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วน รอยสีน้ำตาล เป็นเม็ดสีจึงต้องดูแลครับ และ รอยที่ยุบ เป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง แนวทางจึงต่างออกไปอีกครับ

สายของเครื่องที่ใช้ตรงนี้

รูขุมขน รอยแผลเป็น และรอยสิว หลายกรณีซ้อนทับกัน จึงแก้ด้วยเครื่องเดียวได้ยากครับ เพราะความลึกและวิธีที่มุ่งเป้าต่างกันครับ

  • Potenzaส่งคลื่นความถี่วิทยุด้วยเข็มละเอียดไปตามความลึกของชั้นหนังแท้ แบ่งความลึกได้ด้วยชุดหัวทิป จึงมีการกล่าวถึงเมื่อดูรูขุมขน รอยแผลเป็น และความกระชับร่วมกันครับ
  • CO2 แฟรกชันแนล (Hestia)แบ่งผิวเป็นจุดละเอียดเพื่อชักนำการฟื้นฟู มีระยะพักฟื้น แต่ถูกพูดถึงว่าปรับเนื้อผิวได้ในช่วงกว้างครับ
  • NeoBeamอธิบายว่าเป็นเครื่องด้านสิวที่มุ่งเป้าต่อมไขมันครับ
  • LDM-MED · Sonoelฝั่งฟื้นฟูและดูแล ที่ทำให้จุดที่ได้รับการกระตุ้นสงบลงครับ

เหตุผลที่ DA Clinic สาขาเมียงดงของเรามีสายเหล่านี้ครบเรียบง่ายครับ เพราะต้องมีทางเลือกจึงจะพูดได้ว่า "เรื่องนี้เครื่องนี้ทำไม่ได้ครับ" ถ้ามีเครื่องเดียว ไม่ว่าผิวแบบใดมา ข้อสรุปก็จะรวมไปที่เครื่องนั้นครับ

และการต่อขั้นตอนทำให้สงบหลังการกระตุ้นหรือไม่ ทำให้สภาพในครั้งถัดไปต่างกันครับ นี่คือเหตุผลที่เรามีเครื่องฟื้นฟูแยกไว้ด้วยครับ

สิ่งที่ต้องดูแลในช่วงฟื้นตัว

สายนี้ การดูแลหลังจากนั้นกำหนดผลลัพธ์พอ ๆ กับหัตถการครับ เพราะเป็นกระบวนการที่จุดซึ่งได้รับการกระตุ้นกำลังสมานครับ

  • การป้องกันแสงแดดผิวที่กำลังฟื้นตัวสร้างเม็ดสีได้ง่าย ถ้าพลาดตรงนี้ รอยแดงอาจเหลือเป็นสีน้ำตาลครับ
  • การให้ความชุ่มชื้นเน้นความชุ่มชื้นมากกว่าสารออกฤทธิ์ที่ระคายเคืองจะดีกว่าครับ
  • อย่าแตะขุยถ้าแกะออกจะเหลือรอยได้ง่ายครับ
  • เลี่ยงความร้อนซาวน่าหรือออกกำลังกายหนักควรเลื่อนออกไปสักสองสามวันจะปลอดภัยกว่าครับ

หากรอยแดงรุนแรงต่อเนื่องเกินสามวัน มีตุ่มน้ำ มีน้ำเหลืองไหล หรือความเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่ารอครับ กรุณาติดต่อที่ที่ทำหัตถการครับ

  • สิวเกิดจาก หลายสาเหตุที่ซ้อนทับกัน
  • ก่อนจะบีบ การจัดการที่ต้นเหตุ ต้องมาก่อน
  • เป้าหมายที่แท้จริงคือ ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

คำถามที่พบบ่อย

Q. สิว บีบเองที่บ้านได้ไหมคะ?

A. เราไม่แนะนำให้บีบสิวด้วยมือเองที่บ้านครับ เชื้อแบคทีเรียจากมือและเล็บอาจเข้าไปในรูขุมขนทำให้การอักเสบลงลึก และหากบีบไม่สุดก็อาจเป็นหนองอยู่ข้างในครับ เหนือสิ่งอื่นใด หากฝืนบีบ ชั้นหนังแท้จะเสียหายจนมีความเสี่ยงเหลือเป็นแผลเป็นยุบหรือรอยดำครับ สิวที่สุกดีแล้ว การกดออกในเวลาที่เหมาะสมด้วยเครื่องมือปลอดเชื้อในสถานพยาบาลจะดีต่อการฟื้นตัวและช่วยลดความเสี่ยงแผลเป็นด้วยครับ หากมือไปบ่อย ๆ สิ่งนั้นเองอาจเป็นสัญญาณให้ลองมาพบแพทย์ครับ และโปรดจำไว้ว่าระดับความรู้สึกและการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะครับ

Q. สิวหายไปจนหมดได้ไหมคะ?

A. สิวเป็นโรคที่ใกล้เคียงกับ 'การดูแล' มากกว่าแนวคิดที่จบในครั้งเดียวครับ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากการหลั่งไขมัน ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การทำให้ไม่ขึ้นเลยจึงเป็นเรื่องยาก แต่หากจัดการสาเหตุเป็นขั้นเป็นตอน การคงสภาพผิวที่สะอาดไว้ได้นานก็คาดหวังได้เต็มที่ครับ โดยทั่วไปจะผสมยาทา ยารับประทาน และหัตถการตลอด 3~6 เดือน และหากเป็นเรื้อรังก็ต่อด้วยการดูแลเพื่อคงสภาพครับ การรับปากว่าจะหายไปตลอดกาลในครั้งเดียวนั้นยาก แต่เราเข้าหาโดยตั้งเป้าที่จะลดภาระเรื่องแผลเป็นและลดการกลับเป็นซ้ำครับ ความเร็วของการดำเนินไปและผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ

Q. แผลเป็นจากสิวรักษาได้ไหมคะ?

A. แผลเป็นจากสิวมีระดับการปรับปรุงที่ต่างกันไปตามชนิดและความลึกครับ แผลเป็นที่แคบและลึก แผลเป็นยุบทรงกลม และแผลเป็นยุบทรงเหลี่ยม เกิดขึ้นต่างกัน จึงไม่อาจแก้ทั้งหมดได้ด้วยวิธีเดียวครับ ดังนั้นในหลายกรณีจึงวินิจฉัยความลึกก่อน แล้วผสมผสานหลายวิธีเข้าหาทีละขั้นครับ เพียงแต่แผลเป็นที่ยุบลงไปแล้วใช้เวลาในการปรับปรุงนานกว่าสิวที่กำลังกำเริบ และระดับที่ดีขึ้นก็อาจมีข้อจำกัดได้ครับ ดังนั้นการดูแลล่วงหน้าตั้งแต่ในระยะที่ยังเป็นสิว ก่อนที่แผลเป็นจะลงลึก จึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดครับ ระดับการปรับปรุงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ

เป้าหมายคือไม่ให้ไปถึงแผลเป็น

รวบรวมเรื่องทั้งหมดถึงตรงนี้ก็เป็นแบบนี้ครับ

สิวนั้น 'การรักษาสาเหตุและการป้องกันแผลเป็น' เป็นตัวสร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่ 'การบีบออก' ครับ

หากความคิดก่อนอ่านกับตอนนี้ต่างไปบ้างก็ดีแล้วครับ

หากด้วยใจร้อนแล้วมือไปก่อน เราเข้าใจความรู้สึกนั้นดีครับ เพียงแต่หากชะลอลงสักจังหวะแล้วเริ่มจากสาเหตุก่อน คุณก็จะไปได้ไกลกว่าโดยกังวลเรื่องแผลเป็นน้อยลงครับ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^

ขอบคุณสำหรับเวลาของวันนี้ครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)