ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Column

แผลเป็นจากสิวที่เมียงดง?เริ่มจากแบบยุบกับแบบนูนครับ 〈แยกตามชนิด〉

สิวและรูขุมขน

"สิวยุบหมดแล้ว แต่รอยที่ยุบลึกก็ยังไม่หายสักทีค่ะ"

"ทำเลเซอร์มาหลายครั้งแล้ว แต่แผลเป็นที่ลึกก็ยังเหมือนเดิม เป็นเพราะอะไรคะ?"

นี่คือเรื่องที่ผู้ที่กังวลเรื่องแผลเป็นจากสิวมักจะพูดถึงบ่อย ๆ ครับ

สวัสดีครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^

เรากำลังเตรียมเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ครับ เนื่องจากก่อนเปิดทำการมีหลายท่านสงสัยเรื่องแผลเป็นกันมาก เราจึงขอเรียบเรียงไว้ให้ในเชิงให้ข้อมูลก่อนนะครับ

ถ้าไม่แยกชนิดแผลเป็นก่อนแล้วทำหัตถการเดิมซ้ำ ๆ ผลก็มาช้าและมีแต่ค่าใช้จ่ายสูญเปล่าสะสมครับ

วันนี้จึงขอไล่ดู 'แผลเป็นของคุณเป็นชนิดไหน' แยกตามประเภทก่อน มากกว่าจะดูว่า 'จะทำหัตถการอะไร' ครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเกณฑ์นั้นได้ครับ

แผลเป็นแบ่งใหญ่ ๆ เป็น 'ชนิดยุบ' กับ 'ชนิดนูน' ครับ

แผลเป็นจากสิวแบ่งเป็นชนิดยุบที่ผิวบุ๋มเข้าไปด้านใน และชนิดนูนที่ปูดขึ้นมาด้านนอกครับ

ก่อนอื่นขอจับกรอบใหญ่ก่อนนะครับ

ชนิดยุบคือกรณีที่คอลลาเจนในชั้นหนังแท้สูญเสียไปจนผิวยุบลง ส่วนชนิดนูนกลับกัน คือกรณีที่คอลลาเจนถูกสร้างมากเกินไปจนปูดขึ้นครับ

แม้จะถูกเรียกรวมกันด้วยชื่อ 'แผลเป็นจากสิว' เหมือนกัน แต่ก็เท่ากับว่าสาเหตุตรงข้ามกันครับ

ดังนั้นหัตถการที่ดีกับชนิดยุบจึงอาจไม่เหมาะกับชนิดนูน และในทางกลับกันก็เช่นกันครับ เหตุผลที่ต้องวินิจฉัยชนิดก่อนก็อยู่ตรงนี้เองครับ

แผลเป็นที่ยุบ (ชนิดยุบ) ก็มีคำตอบต่างกันไปตามรูปทรงครับ

ชนิดยุบยังแบ่งย่อยตามรูปทรงได้เป็นสามแบบครับ เหมือนหลุมอุกกาบาตบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่แต่ละหลุมไม่เหมือนกันเลยครับ ㅎㅎ

แผลเป็นยุบทรงกลม (rolling) เป็นรูปทรงที่ยุบเป็นคลื่นกว้าง ๆ และโค้งมนครับ มักเป็นกรณีที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ชั้นหนังแท้ดึงผิวลงไป จึงมักใช้แนวทางตัดสายดึงนั้นด้วยการทำ subcision (เซาะแยกใต้ผิว) แล้วเติมด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ

แผลเป็นยุบทรงเหลี่ยม (boxcar) จะยุบเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่ขอบเป็นเหลี่ยมชัดครับ มักใช้แนวทางทำ subcision ร่วมกับเลเซอร์แบบ fractional เพื่อปรับขอบให้เรียบขึ้นครับ

แผลเป็นที่แคบและลึก (icepick) เป็นรูปทรงที่แคบและลึกราวกับถูกของแหลมแทงครับ เนื่องจากแคบและลึกจนเลเซอร์ยากที่จะเข้าถึงก้นหลุม จึงมักพิจารณาวิธีอย่างการตัดออกแบบ punch excision (ตัดเจาะออก) หรือ TCA CROSS ที่หยอด TCA ความเข้มข้นสูงลงไปเป็นจุด ๆ ร่วมด้วยครับ

แม้จะเป็นชนิดยุบเหมือนกัน แต่วิธีลงมือก็ต่างกันไปตามรูปทรงเช่นนี้ครับ (การจะใช้ชุดผสมผสานแบบใดมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ)

แผลเป็นที่นูน (ชนิดนูน) ก็มีแนวทางต่างออกไปอีกครับ

ชนิดนูนไม่ใช่การยุบ แต่ปูดขึ้นมา จึงไม่ใช่การเติมเข้าไป แต่ไปในทางทำให้ยุบลงครับ

แผลเป็นชนิดนูนแข็ง (hypertrophic) เป็นรูปทรงที่ปูดหนาขึ้นภายในขอบเขตของแผลเป็นเดิม และเมื่อเวลาผ่านไปบางส่วนก็ยุบลงได้ครับ

ส่วนคีลอยด์ (keloid) จะลามใหญ่เกินขอบเขตเดิม และค่อนข้างยากที่จะคาดหวังว่าจะดีขึ้นเองตามธรรมชาติครับ

ทั้งสองกรณีล้วนนำการฉีดสเตียรอยด์ การกดทับบำบัด หรือเลเซอร์ ฯลฯ มาใช้ครับ

โดยเฉพาะคีลอยด์มักมีแนวโน้มจากปัจจัยทางร่างกายและอาจมีประวัติในครอบครัว หากแจ้งล่วงหน้าก่อนทำหัตถการ เราก็จะพิจารณาความเหมาะสมแล้วกำหนดแนวทางครับ เพราะเป็นแผลเป็นที่ถ้าฝืนไปแตะต้องอาจกลับยิ่งใหญ่ขึ้นได้ครับ

สุดท้ายต้องแก้ด้วย 'การผสมผสาน' ไม่ใช่ 'อย่างเดียว' ครับ

ดูมาถึงตรงนี้คงรู้สึกได้นะครับว่า การรักษาแผลเป็นน้อยครั้งที่จะจบลงได้ด้วยหัตถการเดียวครับ

ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ subcision เป็นเทคนิคใช้เข็มขนาดเล็กตัดเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในชั้นหนังแท้ที่ดึงรั้งแผลเป็นไว้ครับ หากเติมช่องว่างที่ตัดออกด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ก็จะได้ผลในการปรับแต่งเพิ่มขึ้นครับ

เลเซอร์ fractional แบบ non-ablative มีข้อจำกัดเรื่องความลึกที่เข้าถึง แผลเป็นยุบทรงกลมหรือทรงเหลี่ยมที่ลึกจึงอาจไม่เพียงพอด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวครับ

ดังนั้นจึงดูความลึกและรูปทรงของการยุบ แล้วร้อยเรียง subcision· fractional· ฟิลเลอร์ เข้าด้วยกันทีละขั้นครับ

ไม่ว่าคุณจะไปรับบริการที่ใด การมองว่า 'นี่เป็นชุดผสมผสานที่เหมาะกับแผลเป็นของฉันไหม' จะช่วยได้มากกว่าการคิดว่า 'อย่างเดียวก็ครบจบ' ครับ

พูดตามตรง ไม่ใช่แผลเป็นที่หายไปในครั้งเดียวครับ

เริ่มจากดูว่าต่างกันตรงไหนก็พอครับ

แผลเป็นจากสิวไม่ใช่สิ่งที่ลบให้สะอาดได้ด้วยหัตถการครั้งเดียว แต่เป็นการรักษาที่สะสมหลายครั้งแล้วค่อย ๆ ปรับแต่งทีละขั้นครับ

โดยทั่วไปประมาณ 5~10 ครั้ง เว้นระยะห่าง 4~8 สัปดาห์ ดูการตอบสนองในแต่ละครั้งแล้วปรับความแรงและวิธีของหัตถการครั้งถัดไปอย่างละเอียดครับ (จำนวนครั้งที่จำเป็นมีความแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคล ตามชนิดและความลึกของแผลเป็นครับ)

และเป้าหมายนั้น การตั้งไว้ที่ 'การปรับปรุงทีละขั้นให้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด' จะสมจริงกว่า 'การกำจัดให้หมดสิ้น' ครับ

อีกทั้งระหว่างที่ปรับแต่งแผลเป็นอยู่ หากมีสิวใหม่ขึ้นมาก็อาจเกิดแผลเป็นใหม่ได้ จึงขอให้จำไว้ด้วยว่าการดูแลให้สิวเองยุบลงก็ต้องไปด้วยกันครับ

เหตุผลที่รอยแผลเป็นลึกใช้เลเซอร์อย่างเดียวไม่พอ

ยิ่งรอยแผลเป็นลึก ยิ่งได้ยินบ่อยครับ "ทำเลเซอร์มาหลายครั้งแล้วก็ยังเหมือนเดิมค่ะ"

มีเหตุผลครับ ใต้รอยแผลเป็นที่ยุบลง หลายกรณีมี เนื้อเยื่อพังผืดที่ดึงรอยแผลเป็นลงด้านล่าง ฝังอยู่ครับ ไม่ว่าจะจัดเนื้อผิวจากด้านบนดีแค่ไหน ถ้าด้านล่างยังดึงอยู่ ก็ทรุดลงอีกครับ

ดังนั้นกับรอยแผลเป็นลึกจึงมีการกล่าวถึง ขั้นตอนตัดเนื้อเยื่อที่ดึงออกก่อน ครับ แล้วจึงวางแนวทางเติมหรือชักนำการฟื้นฟูทับลงไป เป็นลำดับแบบนั้นครับ

ความลึกที่เลเซอร์เข้าถึงก็มีขีดจำกัด การแก้รอยแผลเป็นที่ฝังลึกด้วยหัตถการที่ผิวอย่างเดียวจึงทำได้ยากครับ นี่คือเหตุผลที่ต้องแยกก่อนว่า รอยแผลเป็นนี้เป็นชนิดใด ก่อนจะเพิ่มจำนวนครั้งครับ

สายของเครื่องที่ใช้ตรงนี้

รูขุมขน รอยแผลเป็น และรอยสิว หลายกรณีซ้อนทับกัน จึงแก้ด้วยเครื่องเดียวได้ยากครับ เพราะความลึกและวิธีที่มุ่งเป้าต่างกันครับ

  • Potenzaส่งคลื่นความถี่วิทยุด้วยเข็มละเอียดไปตามความลึกของชั้นหนังแท้ แบ่งความลึกได้ด้วยชุดหัวทิป จึงมีการกล่าวถึงเมื่อดูรูขุมขน รอยแผลเป็น และความกระชับร่วมกันครับ
  • CO2 แฟรกชันแนล (Hestia)แบ่งผิวเป็นจุดละเอียดเพื่อชักนำการฟื้นฟู มีระยะพักฟื้น แต่ถูกพูดถึงว่าปรับเนื้อผิวได้ในช่วงกว้างครับ
  • NeoBeamอธิบายว่าเป็นเครื่องด้านสิวที่มุ่งเป้าต่อมไขมันครับ
  • LDM-MED · Sonoelฝั่งฟื้นฟูและดูแล ที่ทำให้จุดที่ได้รับการกระตุ้นสงบลงครับ

เหตุผลที่ DA Clinic สาขาเมียงดงของเรามีสายเหล่านี้ครบเรียบง่ายครับ เพราะต้องมีทางเลือกจึงจะพูดได้ว่า "เรื่องนี้เครื่องนี้ทำไม่ได้ครับ" ถ้ามีเครื่องเดียว ไม่ว่าผิวแบบใดมา ข้อสรุปก็จะรวมไปที่เครื่องนั้นครับ

และการต่อขั้นตอนทำให้สงบหลังการกระตุ้นหรือไม่ ทำให้สภาพในครั้งถัดไปต่างกันครับ นี่คือเหตุผลที่เรามีเครื่องฟื้นฟูแยกไว้ด้วยครับ

สิ่งที่ต้องดูแลในช่วงฟื้นตัว

สายนี้ การดูแลหลังจากนั้นกำหนดผลลัพธ์พอ ๆ กับหัตถการครับ เพราะเป็นกระบวนการที่จุดซึ่งได้รับการกระตุ้นกำลังสมานครับ

  • การป้องกันแสงแดดผิวที่กำลังฟื้นตัวสร้างเม็ดสีได้ง่าย ถ้าพลาดตรงนี้ รอยแดงอาจเหลือเป็นสีน้ำตาลครับ
  • การให้ความชุ่มชื้นเน้นความชุ่มชื้นมากกว่าสารออกฤทธิ์ที่ระคายเคืองจะดีกว่าครับ
  • อย่าแตะขุยถ้าแกะออกจะเหลือรอยได้ง่ายครับ
  • เลี่ยงความร้อนซาวน่าหรือออกกำลังกายหนักควรเลื่อนออกไปสักสองสามวันจะปลอดภัยกว่าครับ

หากรอยแดงรุนแรงต่อเนื่องเกินสามวัน มีตุ่มน้ำ มีน้ำเหลืองไหล หรือความเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่ารอครับ กรุณาติดต่อที่ที่ทำหัตถการครับ

  • แผลเป็นแบ่งเป็น ชนิดยุบและชนิดนูน
  • ก่อนจะเลือกหัตถการ ต้องรู้ รูปแบบแผลเป็นของตัวเอง ก่อน
  • ไม่ได้แก้ด้วยวิธีเดียว แต่แก้ ด้วยการผสมผสาน

คำถามที่พบบ่อย

Q. แผลเป็นหายไปจนหมดได้ไหมคะ?

A. แผลเป็นจากสิวนั้น เราตั้งเป้าหมายตามความเป็นจริงไว้ที่การค่อย ๆ ลดลงทีละขั้นมากกว่าการลบให้หมดสิ้นครับ เพราะแผลเป็นเป็นสภาวะที่โครงสร้างเปลี่ยนไปลึกถึงชั้นหนังแท้แล้ว จึงยากที่จะคืนกลับเป็นผิวเดิมด้วยหัตถการครั้งเดียวครับ เพียงแต่หากสะสมหัตถการที่เหมาะกับชนิดของแผลเป็นซ้ำหลายครั้ง ก็สามารถคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่หลุมตื้นขึ้นและผิวเรียบเนียนขึ้นได้ครับ เนื่องจากระดับการปรับปรุงต่างกันไปในแต่ละบุคคลตามชนิดและความลึกของแผลเป็น เราจึงมักจะแจ้งกรอบของการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาก่อนตอนวินิจฉัยครับ

Q. รับแค่เลเซอร์อย่างเดียวไม่ได้เหรอคะ?

A. ในบรรดาแผลเป็นจากสิว แบบที่ตื้นนั้นเลเซอร์อย่างเดียวก็ช่วยได้ แต่แผลเป็นที่ลึกมีข้อจำกัดด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวครับ เพราะเลเซอร์ fractional แบบ non-ablative มีข้อจำกัดเรื่องความลึกที่เข้าถึง จึงยากที่จะคลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในชั้นหนังแท้ที่ดึงรั้งแผลเป็นลงไปได้ครับ ดังนั้นแผลเป็นยุบทรงกลมหรือทรงเหลี่ยมที่ลึกจึงมักใช้ชุดผสมผสานที่ทำ subcision ตัดเนื้อเยื่อเกี่ยวพันก่อน เติมด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แล้วจึงเสริมด้วยเลเซอร์ครับ ชุดผสมผสานที่เหมาะอาจแตกต่างกันไปตามรูปทรงของแผลเป็นครับ

Q. การรักษาแผลเป็นต้องรับกี่ครั้งคะ?

A. การรักษาแผลเป็นจากสิวโดยทั่วไปเป็นการดูแลระยะยาว ที่สะสมประมาณ 5~10 ครั้ง เว้นระยะห่าง 4~8 สัปดาห์ครับ เป็นวิธีที่ไม่ฝืนทำแรง ๆ ในครั้งเดียว แต่ดำเนินการด้วยความแรงแบบประคับประคองในแต่ละครั้ง ดูการตอบสนองแล้วปรับหัตถการครั้งถัดไปอย่างละเอียดครับ ทำเช่นนี้จะช่วยลดดาวน์ไทม์และความเสี่ยงรอยดำ ในขณะที่ค่อย ๆ ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้นทีละนิดครับ เพียงแต่จำนวนครั้งและระยะห่างที่จำเป็นจะต่างกันไปในแต่ละบุคคลตามชนิดและความลึกของแผลเป็นและสภาพผิว จึงควรกำหนดโดยดูจากสภาพจริงครับ

เริ่มจากรูปร่างของแผลเป็นตัวเอง

เล่ามาเยอะ แต่ที่เหลืออยู่คือบรรทัดนี้ครับ

แผลเป็นจากสิว สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์คือการรู้ก่อนว่า 'แผลเป็นของฉันเป็นชนิดยุบหรือชนิดนูน เป็นรูปทรงใด' ไม่ใช่ 'จะทำหัตถการอะไร' ครับ

หวังว่าความกังวลตอนต้นบทความจะเบาลงบ้างครับ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)