"ได้ยินว่าฉีดโบท็อกซ์แล้วสีหน้าจะดูแข็ง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ จะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
"ถ้าเวลายิ้มแล้วดูออกจะทำยังไงดี กังวลว่าที่ทำงานจะสังเกตเห็นค่ะ"
นี่คือเรื่องแรก ๆ ที่ผู้ที่ลังเลเรื่องโบท็อกซ์มักหยิบยกขึ้นมาครับ
ทักทายจาก DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin ครับ ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีท่านที่แบกความกังวลนี้มาหากันเยอะมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะครับ
ขอเข้าใจความรู้สึกก่อนเลยครับ ความกังวลนั้นเป็นเรื่องที่กังวลได้เลยครับ
เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ 'ดูออกว่าฉีดโบท็อกซ์' ส่วนใหญ่ไม่ใช่ความผิดของตัวหัตถการเอง และไม่ได้เกิดจากการฉีดปริมาณมากเพียงอย่างเดียวครับ ความเป็นธรรมชาติต่างกันตรงที่ฉีดปริมาณที่พอดีลงตำแหน่งไหนของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า ขอสรุปให้ว่าควรรู้อะไรก่อนไปทำครับ
ขอเริ่มจากสิ่งที่ควรดูก่อนเป็นอันดับแรกครับ
โบท็อกซ์ไม่ใช่การ 'กำจัด' กล้ามเนื้อครับ
โบท็อกซ์เป็นหัตถการที่ใช้สารชื่อโบทูลินัมท็อกซิน ลดสัญญาณจากเส้นประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อลงชั่วคราวครับ
ก่อนอื่น ขอคลายความเข้าใจผิดข้อหนึ่งก่อนเริ่มนะครับ
ไม่ใช่การกำจัดหรือทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตไปเลย แต่เป็นการให้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าที่เคยขยับมากเกินไปได้พักสักครู่ครับ
ลองนึกภาพการค่อย ๆ หรี่ปุ่มหมุนปรับระดับเสียงลงเล็กน้อย ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ ㅎㅎ
ดังนั้น "สีหน้าจะหายไป" จึงไม่ใช่ชะตากรรมของตัวยาเอง แต่เป็นเรื่องของ 'ฉีดเท่าไร และฉีดตรงไหน' ครับ
เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติคือ 'การฉีดเกิน' ครับ
ผลลัพธ์ที่ว่า "ฉีดโบท็อกซ์แล้วดูออก" ส่วนใหญ่ พูดตามตรงว่ามาจากกรณีที่ฉีดเข้าไปมากเกินไปครับ
กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าต่างดึงและต้านกันเพื่อรักษาสมดุลอยู่ใช่ไหมครับ
แต่เมื่อฉีดเข้าด้านใดด้านหนึ่งมากเกินความจำเป็น สมดุลนั้นก็พังลง ทำให้สีหน้าดูแข็งหรือซ้ายขวาดูเหลื่อมกันได้ครับ
ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ 'ปริมาณมาก' แต่เป็น 'ปริมาณที่พอดี' ครับ คือการใช้ของแท้ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น และออกแบบให้ตรงกับตำแหน่งของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าครับ
จุดที่ทำให้ความเป็นธรรมชาติแตกต่างกันแม้ใช้ยาตัวเดียวกันก็อยู่ตรงนี้แหละครับ
ความเข้าใจผิดข้อสอง ฉีดบ่อยยิ่งดีจริงหรือ?
มีบางท่านที่คิดว่าในเมื่อจะฉีดทั้งที ฉีดบ่อย ๆ ฉีดเยอะ ๆ ไว้ก่อน ผลคงจะอยู่นานกว่าใช่ไหมครับ
แต่ผลของโบท็อกซ์โดยทั่วไปอยู่ราว 3~6 เดือน และเป็นหัตถการที่เมื่อเวลาผ่านไป การทำงานของกล้ามเนื้อจะกลับมาเป็นปกติเองตามธรรมชาติครับ (อาจต่างกันไปในแต่ละคนครับ)
ปัญหาอยู่ที่การทำซ้ำที่ถี่หรือมากเกินไปครับ
หากทำซ้ำมากเกินไป ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีต่อตัวยา ทำให้ผลกลับลดลงได้ครับ
ดังนั้นแทนที่จะฉีดบ่อยอย่างไม่ลืมหูลืมตา การกำหนดรอบให้สอดคล้องกับจังหวะที่ผลกำลังคลายตัวจะฉลาดกว่าครับ
ความเข้าใจผิดข้อสาม ฉีดแล้วสีหน้าเปลี่ยนทันทีจริงหรือ?
มีหลายท่านที่พอฉีดเสร็จก็รีบส่องกระจกเช็กสีหน้าทันทีครับ
แต่โบท็อกซ์ไม่ใช่ยาที่ออกฤทธิ์ทันทีที่เข้าไป ทว่าสัญญาณจะค่อย ๆ ลดลงและเข้าที่ในช่วงไม่กี่วันครับ
หมายความว่าการที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวันนั้น ไม่ได้แปลว่าฉีดเข้าไปน้อยครับ
และอาจมีรอยเขียวช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยปรากฏให้เห็นชั่วครู่ ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ทุเลาลงเมื่อเวลาผ่านไปครับ
การไม่ตัดสินผลลัพธ์จากภาพทันทีหลังทำหัตถการ จะทำให้สบายใจกว่าครับ
ความจริงของคำว่า 'ดื้อโบ'
เมื่อรู้สึกว่าผลไม่เหมือนเดิม หลายท่านนึกถึงการดื้อโบทันที แต่ ส่วนใหญ่มีเหตุผลอื่นครับ
- กรณีที่ปริมาณน้อยกว่าครั้งก่อน
- กรณีที่ตำแหน่งฉีดต่างไป
- กรณีที่กล้ามเนื้อกลับขึ้นมาแล้ว
- กรณีที่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์แต่ฉีดด้วยตัวเลขเดิม
ตำรับท็อกซินบางชนิดมีโปรตีนอยู่ด้วยนอกเหนือจากสารออกฤทธิ์ และมีคำอธิบายว่าหากร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อส่วนนั้น ผลอาจลดลงครับ
จึงมีสองสิ่งที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครับ คือ การรักษาระยะห่าง และ การไม่เพิ่มปริมาณเกินจำเป็น ครับ เหตุผลที่แนะนำระยะห่างสามเดือนขึ้นไปอยู่ตรงนี้ครับ
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดแอนติบอดีจริงถูกพูดถึงว่าไม่บ่อยครับ แทนที่จะสรุปทันทีเมื่อรู้สึกว่าสั้นลง ตรวจสอบสี่ข้อข้างต้นก่อนจะตรงลำดับกว่าครับ
ท่านแบบนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งครับ
โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่แนะนำให้ทุกคนทำได้แบบเบา ๆ ครับ
ท่านที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และท่านที่มีโรคของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ การเลื่อนหัตถการออกไปและปรึกษากันก่อนจะปลอดภัยกว่าครับ
อีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะ "ได้ยินว่าคนอื่นทำกันเยอะ" แต่การตัดสินใจโดยดูจากพฤติกรรมการแสดงสีหน้าและสภาพกล้ามเนื้อของตัวเองต่างหากที่มาก่อนครับ
ความเป็นธรรมชาติสุดท้ายแล้วเกิดจาก 'ความกล้าที่จะลดทอน' เราเชื่อเช่นนั้นครับ
วันที่ทำและหลังจากนั้น
ตัวหัตถการโดยทั่วไปจบภายในราวสิบกว่านาที และแทบไม่มีระยะพักฟื้น หลายท่านจึงกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันทีครับ
แต่มีสิ่งที่ควรปฏิบัติในวันนั้นครับ
- อย่าถูบริเวณที่ทำป้องกันการกระจายก่อนที่ยาจะเข้าที่ครับ
- อย่านอนราบสักสองสามชั่วโมงหลายกรณีแนะนำด้วยเหตุผลเดียวกันครับ
- เลี่ยงการดื่มและซาวน่าในวันนั้นอาจส่งผลต่ออาการบวมและรอยช้ำครับ
และการตัดสินควรทำใน 1-2 สัปดาห์หลังจากนั้น จะแม่นยำกว่าครับ การที่วันถัดไปรู้สึกว่าไม่ค่อยเปลี่ยนเป็นเรื่องธรรมชาติครับ เพราะยังไม่ถึงจุดที่ผลปรากฏครับ
ดังนั้นถ้านัดมาดูอีกครั้งราวสองสัปดาห์หลังหัตถการ ก็จะปรับสมดุลซ้ายขวาหรือเติมส่วนที่ยังขาดได้ตอนนั้นครับ
- โบท็อกซ์ ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อหายไป
- ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่มาจาก การฉีดมากเกินไป
- หลักคือ เว้นระยะให้ครบ และไม่เพิ่มปริมาณ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดครั้งหนึ่งแล้วต้องฉีดไปตลอดชีวิตไหมคะ?
A. โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่ฉีดครั้งหนึ่งแล้วต้องฉีดไปตลอดชีวิตครับ ผลของโบทูลินัมท็อกซินจะคลายตัวเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป และการทำงานของกล้ามเนื้อก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมครับ ดังนั้นแม้จะไม่ฉีดต่อ ก็ไม่ใช่หัตถการที่จะแย่ลงกว่าเดิมหรือมีผลข้างเคียงหลงเหลือครับ เพียงแต่เมื่อผลคลายตัวลง ริ้วรอยก็จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิม ผู้ที่อยากคงสภาพนั้นไว้จึงมักกลับมาทำซ้ำตามรอบ ผลโดยทั่วไปอยู่ราว 3~6 เดือน โดยช่วงเวลานี้จะแตกต่างกันไปตามบริเวณ ปริมาณ และระบบเผาผลาญของแต่ละบุคคลครับ พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่ 'ภาระตลอดชีวิต' แต่ใกล้เคียงกับ 'การคงสภาพไว้เมื่อต้องการ' มากกว่าครับ
Q. คนที่ทำงานจะสังเกตเห็นไหมคะ?
A. หากออกแบบโบท็อกซ์ให้เป็นธรรมชาติด้วยปริมาณที่พอดี ส่วนใหญ่คนรอบข้างจะสังเกตได้ยากว่าได้ทำหัตถการมาครับ เพราะไม่ใช่การมัดสีหน้าทั้งหมดไว้ แต่เป็นการลดแรงเฉพาะกล้ามเนื้อที่เคยขยับมากเกินไปเพียงเล็กน้อย สีหน้าตอนยิ้มหรือทำหน้าย่นจึงยังคงอยู่ได้ครับ ผลที่ "ดูออก" ส่วนใหญ่จริง ๆ แล้วมาจากกรณีที่ฉีดเข้าไปมากเกินไปครับ เพียงแต่ทันทีหลังทำหัตถการ อาจมีรอยเขียวช้ำเล็ก ๆ หรืออาการบวมปรากฏที่บริเวณที่ฉีดได้ชั่วครู่ครับ ดังนั้นหากมีกำหนดการหรืองานสำคัญ เราขอแนะนำให้เผื่อเวลาสักสองสามวันก่อนมาทำครับ ตัวการฟื้นตัวเองค่อนข้างเร็วครับ
Q. หลังฉีดแล้วมีข้อควรระวังไหมคะ?
A. ในวันที่ทำโบท็อกซ์ ควรหลีกเลี่ยงบางอย่างเพื่อให้ยาเข้าที่ครับ อันดับแรก โปรดหลีกเลี่ยงการใช้มือถูหรือกดบริเวณที่ฉีด และท่านอนราบทันทีหลังทำหัตถการนะครับ เพื่อไม่ให้ตัวยากระจายไปยังบริเวณอื่นนอกเหนือจากกล้ามเนื้อที่ตั้งใจไว้ครับ นอกจากนี้ กิจกรรมที่ให้ความร้อนหรือเพิ่มการไหลเวียนเลือดมากอย่างซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายหนัก ก็ควรงดไว้ตั้งแต่วันที่ทำจนถึงวันรุ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัยครับ การดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจทำให้รอยช้ำมากขึ้น จึงควรลดลงสักสองสามวันจะดีครับ ผลมักจะค่อย ๆ ปรากฏในช่วง 2 ถึง 7 วัน ดังนั้นแม้วันนั้นจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่ต้องใจร้อนนะครับ
มีหลายผลิตภัณฑ์ ต่างกันอย่างไร
โบท็อกซ์เป็นกรณีที่ชื่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทหนึ่งติดปากจนใช้เหมือนคำนามทั่วไปครับ จริง ๆ แล้วมีหลายผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารชื่อ โบทูลินุมท็อกซิน ครับ
มีสิ่งสำคัญตรงนี้หนึ่งข้อครับ หน่วยของแต่ละผลิตภัณฑ์ไม่ได้แปลงกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งครับ แม้เป็น "กี่ยูนิต" เท่ากัน ถ้าผลิตภัณฑ์ต่างกัน การออกฤทธิ์จริงก็อาจต่างกันครับ
ดังนั้นการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์แล้วฉีดด้วยตัวเลขเดิม ผลลัพธ์เปลี่ยนไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ และยังเป็นจุดที่มองข้ามบ่อยที่สุดเมื่อรู้สึกว่าระยะเวลาสั้นลงด้วยครับ
ถ้าฟังสามข้อในการปรึกษาว่า "วันนี้ใช้ผลิตภัณฑ์ใด กี่ยูนิต ที่ตรงไหน" ท่านก็จะมีเกณฑ์ไว้เปรียบเทียบในครั้งหน้าครับ จดไว้แล้วการปรึกษาครั้งหน้าจะแม่นยำขึ้นมากครับ
ความเป็นธรรมชาติมาจากตำแหน่ง
แก่นของเรื่องที่เล่าวันนี้อยู่ตรงนี้ครับ
ความเป็นธรรมชาติของโบท็อกซ์เกิดจาก 'ของแท้· ปริมาณที่พอดี· ตำแหน่งที่แม่นยำ' ไม่ใช่ 'ปริมาณมาก' ครับ
ข้อสงสัยตอนแรก หวังว่าจะพบคำตอบตรงนี้ครับ
หากเคยกังวลว่าจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ก็ขอแค่นำความรู้สึกนั้นมาปรึกษากันได้เลยครับ การรักษาที่มีความกล้าจะลดทอน สุดท้ายแล้วนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติครับ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนถึงบรรทัดสุดท้ายครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)
