"ไขมันใต้คางไม่ยอมยุบ ถ้าฉีดยาให้ยุบแล้วหน้าจะเรียวลงไหมคะ?"
"ไขมันแก้มก็ลดด้วยฉีดปรับรูปหน้าได้ไหมคะ?"
นี่คือเรื่องที่ผู้ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องฉีดปรับรูปหน้ามักพูดถึงกันเป็นอย่างแรกครับ
สวัสดีครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ครับ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านสงสัยเรื่องฉีดปรับรูปหน้ากันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะครับ
ถ้าคิดว่าโครงหน้าล่างเป็นไขมันทั้งหมดแล้วเข้าไปจัดการ ก็มักไปแตะจุดที่ไม่ใช่ต้นเหตุครับ ปัญหา 'โครงหน้าล่างหนา' ไม่ได้มาจากต้นเหตุเดียวกันทั้งหมด ขอแสดงให้เห็นตามจริงว่าต่างกันตรงไหนครับ
ฉีดปรับรูปหน้าเป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์ต่อ 'ไขมันเฉพาะจุด' ของใบหน้า
ฉีดปรับรูปหน้า (ที่ในไทยมักเรียกว่า เมโสแฟต) หมายถึงยาฉีดสลายไขมันเฉพาะจุดที่ฉีดลงในชั้นไขมันของบริเวณเฉพาะจุดของใบหน้า เช่น เหนียงหรือแก้มครับ
ก่อนอื่นขอปูพื้นว่าฉีดปรับรูปหน้าคืออะไรก่อนนะครับ
เป็นวิธีที่ฉีดสารซึ่งออกฤทธิ์ต่อเยื่อหุ้มเซลล์ไขมันอย่างกรดดีออกซีโคลิกลงในบริเวณนั้นโดยตรง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสลายไขมันเฉพาะจุดครับ
และสิ่งที่สลายแล้วจะถูกกำจัดผ่านกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกายเมื่อเวลาผ่านไปครับ
ใบหน้าเป็นบริเวณที่แคบและละเอียดอ่อน จึงมีลักษณะการจัดการที่ต่างจากบริเวณลำตัวที่กว้างอยู่บ้าง ขอให้จำจุดนี้ไว้ด้วยจะดีครับ (ระดับการรับรู้ต่างกันไปในแต่ละคนครับ)
'ต้นเหตุที่ทำให้โครงหน้าล่างดูหนา' ไม่ได้มีแค่ไขมัน
ความเข้าใจผิดที่ต้องคลายเป็นอย่างแรกเมื่อพูดถึงฉีดปรับรูปหน้าอยู่ตรงนี้ครับ
ต้นเหตุที่ทำให้โครงหน้าล่างดูหนาหรือดูไม่เรียวต่างกันไปในแต่ละคนครับ บางกรณีไขมันเป็นตัวหลัก แต่กรณีที่ไม่ใช่ก็มีมากครับ
หากมองในภาพใหญ่ ไขมันใต้ผิว กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (กล้ามเนื้อแมสเซเตอร์) และโครงกระดูกของกราม สามอย่างนี้พันกันอยู่จนสร้างเป็นภาพลักษณ์ครับ
สิ่งที่ฉีดปรับรูปหน้าจัดการได้คือส่วน 'ไขมัน' ในบรรดาสามอย่างนี้ครับ หากต้นเหตุคือกล้ามเนื้อที่พัฒนามากหรือรูปทรงของโครงกระดูกเอง ก็อยู่ห่างจากขอบเขตที่ยาฉีดจะลดได้ครับ
ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะฟันธงว่า 'โครงหน้าล่าง = ไขมัน' การแยกแยะก่อนว่าอะไรคือต้นเหตุหลักคือลำดับที่ถูกต้องครับ
อาการบวม·ช้ำพบได้บ่อย และแบ่งทำหลายรอบ
ฉีดปรับรูปหน้าไม่ใช่หัตถการที่จบในครั้งเดียว แต่โดยทั่วไปมักแบ่งทำหลายรอบโดยเว้นระยะห่างช่วงหนึ่งครับ
ขอแสดงส่วนที่เป็นจริงของการฉีดปรับรูปหน้าตามจริงครับ
โดยเฉพาะใบหน้าเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดมากและผิวบาง หลังฉีดจึงอาจมีอาการบวมและช้ำเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยครับ
ส่วนใหญ่จะสงบลงภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสองสัปดาห์ แต่ระดับการบวมหรือความเร็วในการยุบมีความแตกต่างกันในแต่ละคนครับ
ด้วยเหตุนี้ หากท่านมีกำหนดการสำคัญข้างหน้า การเผื่อเวลาให้อาการบวมยุบอย่างเหลือเฟือแล้วค่อยนัดรอบจะสบายใจกว่าครับ
รูปหน้าไม่ได้เสร็จสมบูรณ์ด้วยยาฉีดเพียงอย่างเดียว
ตรงนี้เป็นส่วนที่เราอยากปรับความคาดหวังไปด้วยกันครับ
ฉีดปรับรูปหน้าเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่จัดการ 'ไขมันเฉพาะจุด' ของใบหน้า ไม่ใช่หัตถการที่ตัดสินภาพลักษณ์ทั้งหมดได้เพียงลำพังครับ
อย่างที่บอกไปก่อนหน้า ภาพลักษณ์ของโครงหน้าล่างนอกจากไขมันแล้ว ยังมีกล้ามเนื้อ โครงกระดูก และความยืดหยุ่นของผิวทำงานร่วมด้วยครับ
ด้วยเหตุนี้ แม้ไขมันลดลง หากความยืดหยุ่นไม่รองรับ รูปหน้าก็อาจดูไม่ชัดเจน และหากต้นเหตุไม่ใช่ไขมัน การเปลี่ยนแปลงเองก็อาจไม่มากครับ
การแยกแยะด้วยการวินิจฉัยก่อนว่าอะไรคือต้นเหตุหลัก และจัดระเบียบก่อนว่าฉีดปรับรูปหน้าจัดการได้ถึงแค่ไหน จึงสมเหตุสมผลกว่าครับ (ระดับการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ)
สายของสาเหตุที่ช่วงล่างของใบหน้าดูหนา
ต้องแยกตรงนี้ก่อนจึงจะไม่ไปแตะผิดที่ครับ
- ไขมันเป็นสิ่งที่ฉีดสลายไขมันเฉพาะจุดมุ่งเป้าครับ
- กล้ามเนื้อเคี้ยวถ้ากัดฟันแน่นแล้วนูนขึ้นชัด ก็เป็นทางนี้ครับ
- ต่อมน้ำลายถ้าก้มหน้าแล้วเกร็งใต้คางแล้วนูน ก็มีการกล่าวถึงทางนี้ครับ
- กระดูกกรณีนี้จัดการด้วยการฉีดได้ยากครับ
และยังมีอีกหนึ่งครับ คือ ความหย่อนคล้อย ครับ ไม่ใช่ว่าไขมันเยอะ แต่เส้นถูกกลบเพราะทรุดลง ตอนนี้ถ้าลดไขมันกลับจะยิ่งดูตอบครับ
ดังนั้นก่อนเริ่มจึงต้องมีขั้นตอนแยกสาเหตุครับ หลายกรณีสาเหตุปะปนกัน การจัดการอย่างเดียวจึงอาจไม่เปลี่ยนได้ตามที่คาดครับ
หากมีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย ก็จะดูฝั่งที่ยกขึ้นด้วยครับ การที่ DA Clinic สาขาเมียงดงของเรามีสายอัลตราซาวด์ คลื่นความถี่วิทยุ และไมโครเวฟแยกไว้ ก็เพราะกรณีแบบนี้ครับ
ท่านเหล่านี้ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกครั้งครับ
ฉีดปรับรูปหน้าบนใบหน้าไม่ใช่หัตถการที่เหมาะกับทุกปัญหาของโครงหน้าล่างเหมือนกันหมดครับ
อย่างที่บอกไปก่อนหน้า หากต้นเหตุไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นการพัฒนาของกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์หรือโครงกระดูก ก็อาจไม่เข้ากับขอบเขตที่ฉีดปรับรูปหน้าจัดการครับ กรณีนี้การแยกแยะด้วยการวินิจฉัยว่าอะไรคือต้นเหตุจึงต้องมาก่อนครับ
หากอยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการอักเสบ·แผลที่บริเวณที่จะฉีด หรือเพิ่งได้รับหัตถการอื่นที่บริเวณใบหน้ามา ควรตรวจสอบสภาพก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่จะดีครับ
อีกทั้งหากลดเพียงไขมันในสภาพที่ผิวหย่อนคล้อยไปมาก รูปหน้ากลับอาจดูไม่ชัดเจน การพิจารณาสภาพความยืดหยุ่นไปพร้อมกันจึงสมเหตุสมผลกว่าครับ
ไม่กี่วันหลังหัตถการเป็นแบบนี้ครับ
- วันแรก-3 วันเป็นช่วงที่อาการบวมเด่นชัดที่สุด มักมีรอยช้ำมาด้วยครับ
- ราวหนึ่งสัปดาห์อาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ครับ
- ราวสองสัปดาห์รอยช้ำจางลง และตั้งแต่ช่วงนี้จะใกล้เคียงภาพจริงครับ
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องส่องกระจกตัดสินในวันถัดจากหัตถการครับ ตรงกันข้าม ทันทีหลังทำจะบวมที่สุด การสรุปจากความรู้สึกตอนนั้นจะคลาดเคลื่อนครับ
หากมีนัดหมายสำคัญ ผมแนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ครับ เป็นช่วงที่อาการบวมกับรอยช้ำทับกัน จึงปกปิดได้ยากครับ
ในช่วงฟื้นตัว เลื่อนกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนมากออกไปสักสองสามวัน และดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยได้ครับ
- ออกฤทธิ์กับ ไขมันเฉพาะจุด บนใบหน้า
- ไม่ได้แก้ทุกสาเหตุ ของใบหน้าส่วนล่างที่ดูหนา
- ดูก่อนว่า อะไรทำให้ดูหนา
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดปรับรูปหน้าครั้งเดียวหน้าจะเรียวลงไหมคะ?
A. ฉีดปรับรูปหน้าไม่ใช่หัตถการที่จบครั้งใหญ่ในครั้งเดียว แต่ใกล้เคียงกับหัตถการที่ค่อย ๆ จัดแต่งไขมันเฉพาะจุดทีละนิดโดยแบ่งทำหลายรอบและเว้นระยะห่างช่วงหนึ่งครับ อีกทั้งต้นเหตุที่ทำให้โครงหน้าล่างดูหนาอาจไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นกล้ามเนื้อบดเคี้ยวหรือโครงกระดูกก็ได้ ฉีดปรับรูปหน้าจึงไม่ได้เป็นคำตอบในทุกกรณีครับ ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงในครั้งเดียว การตรวจสอบก่อนว่าต้นเหตุคือไขมันหรือไม่แล้วค่อยแบ่งรอบทำจะเข้ากันมากกว่าครับ ระดับการเปลี่ยนแปลงและจำนวนครั้งที่จำเป็นมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลตามปริมาณไขมัน·ความยืดหยุ่นของผิว·บริเวณครับ
Q. ฉีดปรับรูปหน้าแล้วบวมไหมคะ? ฟื้นตัวใช้เวลานานแค่ไหนคะ?
A. ใบหน้าเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดมากและผิวบาง หลังฉีดปรับรูปหน้าจึงอาจมีอาการบวมและช้ำเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยครับ ส่วนใหญ่จะสงบลงภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสองสัปดาห์ แต่ระดับการบวมหรือความเร็วในการยุบมีความแตกต่างกันในแต่ละคนครับ บริเวณที่ฉีดอาจมีความแสบชั่วคราวหรือความรู้สึกตื้อ ๆ หลงเหลืออยู่บ้างครับ ด้วยเหตุนี้ หากท่านมีกำหนดการสำคัญ การเผื่อเวลาให้อาการบวมยุบอย่างเหลือเฟือแล้วค่อยนัดรอบจะดีครับ ขอให้จำไว้ล่วงหน้าว่าจังหวะการฟื้นตัวก็มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะครับ
Q. ฉีดปรับรูปหน้าที่ไขมันแก้มได้ไหมคะ?
A. บริเวณแก้มก็พิจารณาฉีดปรับรูปหน้าได้เช่นกันหากต้นเหตุของปัญหาคือไขมันเฉพาะจุดครับ เพียงแต่แก้มเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการแสดงสีหน้าและภาพลักษณ์อย่างมาก หากลดไขมันมากเกินไป ภาพลักษณ์กลับอาจเปลี่ยนไปหรือรูปหน้าดูไม่ชัดเจนได้ จึงเป็นบริเวณที่ต้องเข้าหาอย่างระมัดระวังครับ อีกทั้งต้นเหตุที่ทำให้แก้มดูหนาอาจไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นปัจจัยอื่น การแยกแยะด้วยการวินิจฉัยจึงต้องมาก่อนครับ ด้วยเหตุนี้ ระดับที่ลดได้จึงต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และว่าจะเหมาะหรือไม่กับผลลัพธ์ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล เราจึงเห็นว่าการตัดสินโดยดูจากสภาพเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ
Q. เป็นการฉีดลดน้ำหนักไหมคะ
A. มองว่าเป็นหัตถการลดน้ำหนักได้ยากครับ ใกล้เคียงกับการจัดรูปทรงของบริเวณนั้นมากกว่า และมีวัตถุประสงค์ต่างจากการควบคุมน้ำหนักครับ
Q. ต้องฉีดกี่ครั้งคะ
A. หลายกรณีมีคำแนะนำให้แบ่งเป็นหลายครั้งครับ การใส่มากในครั้งเดียวทำให้อาการบวมและรอยช้ำมากขึ้น และยังเหลือช่องปรับสมดุลซ้ายขวาน้อยลงด้วยครับ
Q. ถ้าอ้วนขึ้นอีกจะกลับเป็นเหมือนเดิมไหมคะ
A. หากน้ำหนักเพิ่ม ไขมันที่เหลืออยู่ก็อาจใหญ่ขึ้นอีกครับ จึงมีคำแนะนำว่าต้องมีการดูแลการใช้ชีวิตควบคู่ ไม่ใช่คงไว้ด้วยหัตถการอย่างเดียวครับ
กรอบหน้าดูหนามีหลายสาเหตุ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ จำเพียงข้อนี้ก็พอครับ
ฉีดปรับรูปหน้าเป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์ต่อไขมันเฉพาะจุดของใบหน้า ไม่ใช่หัตถการที่แก้ทุกต้นเหตุของโครงหน้าล่างที่หนาครับ
คำถามที่คุณถือมาตอนเข้ามา ขอตอบแบบนี้ครับ
การแยกแยะก่อนว่าต้นเหตุของปัญหาโครงหน้าล่างคือไขมัน กล้ามเนื้อ หรือโครงกระดูก คือสิ่งที่ต้องมาก่อนครับ ขอเพียงจำไว้ว่าอาการบวม·ช้ำพบได้บ่อยและต้องแบ่งทำหลายรอบ และผลลัพธ์มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะครับ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ นี่คือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)
