ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Column

ฟิลเลอร์ยกกระชับเมียงดง เติมมากก็ไม่ได้ยกขึ้นครับ〈กับดักของปริมาณ〉

ยกกระชับ

"ฟิลเลอร์ยิ่งฉีดเยอะ ก็ยิ่งเต่งตึงเต็มขึ้นแล้วยกกระชับ ไม่ใช่เหรอคะ?"

"แก้มหย่อนคล้อย ถ้าเติมฟิลเลอร์ตรงนั้นจะยกขึ้นไหมคะ?"

นี่คือคำถามที่ผู้ที่กำลังลังเลเรื่องฟิลเลอร์ลิฟติ้งมักถามกันบ่อย ๆ ครับ

ทักทายจาก DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin ครับ ^^

เรากำลังเตรียมเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ครับ เนื่องจากมีท่านที่สงสัยเกี่ยวกับวิธีฟื้นเส้นกรอบหน้าด้วยฟิลเลอร์กันเยอะมากก่อนเปิดทำการ เราจึงอยากเรียบเรียงไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลครับ

เติมเยอะไม่ได้ทำให้ยกขึ้น กลับอาจดูบวมได้ครับ ขอบอกตามตรงไม่ปิดบังครับ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งไม่ใช่หัตถการ 'เติมให้เยอะ' แต่เป็นการค้ำจุดที่แม่นยำบนโครงกระดูกเพื่อคืนเส้นกรอบหน้าครับ ไม่ว่าคุณจะไปรับบริการที่ไหน เรามาดูเกณฑ์ที่ควรใส่ใจไปด้วยกันครับ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นหัตถการ 'ค้ำยัน' ครับ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นหัตถการที่ฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกชนิดความหนืดสูงที่มีแรงยึดเกาะสูง เข้าไปยังจุดสำคัญบนโครงกระดูกใบหน้าอย่างแม่นยำครับ

ไม่ใช่แค่เติมปริมาตรลงบนแก้มที่หย่อนคล้อย แต่เป็นการวางฟิลเลอร์ลงบนจุดเชิงโครงสร้าง (anchor point) ที่อยู่บนกระดูก อย่างโหนกแก้ม คาง หรือขมับ เพื่อค้ำยันเนื้อเยื่อที่หย่อนยานให้ยกขึ้นอย่างมั่นคงครับ

ลองนึกภาพการตั้งเสาขึ้นเพื่อค้ำผ้าใบเต็นท์ที่หย่อนให้ตึงขึ้นอีกครั้ง ก็จะเข้าใจได้ง่ายครับ ㅎㅎ

ด้วยเหตุนี้จึงต้องใช้ฟิลเลอร์ความหนืดสูงที่คงรูปได้ดีกว่าฟิลเลอร์เติมปริมาตรทั่วไป และจะออกแบบโดยอ้างอิงดีไซน์ที่กำหนดจุดบนโครงกระดูกให้เป็นมาตรฐานอย่าง MD Codes ครับ

ข้อแรก ไม่ใช่ 'ปริมาณ' แต่เป็น 'ตำแหน่งและความหนืด' ครับ

หลายท่านมักคิดว่า "ทำทั้งทีก็ฉีดเยอะ ๆ ไปเลย จะได้ยกขึ้นมากตามนั้น" ใช่ไหมครับ

แต่แม้จะฉีดปริมาณเท่ากัน หากเข้าผิดชั้น แรงค้ำยันก็จะไม่เกิดขึ้น มีแต่ปริมาตรที่เพิ่มขึ้นครับ

หากเติมมากเกินความจำเป็น เส้นกรอบหน้าก็อาจไม่ฟื้นขึ้น แต่กลับดูบวมหรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ

ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ปริมาณที่มากอย่างเดียว แต่เป็นการวางฟิลเลอร์ความหนืดแบบใดในปริมาณที่เหมาะสม ลงบนจุดไหนของโครงกระดูกครับ จุดที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกันแม้จะใช้ฟิลเลอร์ตัวเดียวกันก็อยู่ตรงนี้แหละครับ

ข้อสอง 'จุดประสงค์' ต่างจากการลิฟติ้งด้วยไหมหรืออัลตราซาวด์ครับ

หลายท่านถามว่า "งั้นฟิลเลอร์ลิฟติ้งดีกว่าไหมลิฟติ้ง หรือลิฟติ้งด้วยเครื่องอย่างอัลตราซาวด์ (Ultherapy)·คลื่นความถี่วิทยุ (Thermage) เหรอคะ?" แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของดีกว่าหรือด้อยกว่าครับ

ไหมลิฟติ้งเป็นวิธีที่ดึงรั้งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นมาในเชิงกายภาพ ส่วนเครื่องอัลตราซาวด์·คลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีที่ใช้ความร้อนทำให้คอลลาเจนในชั้นลึกหดตัวและสร้างใหม่ครับ

ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นแนวทางที่สร้างจุดค้ำยันเชิงโครงสร้างบนโครงกระดูกเพื่อค้ำเส้นกรอบหน้าให้ยกขึ้น กลไกการทำงานจึงต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

ด้วยเหตุนี้ทั้งสามจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่หากทำควบคู่กันตามลักษณะการหย่อนคล้อย ก็มักเกิดผลเสริมกันได้บ่อยครับ ส่วนแบบไหนเหมาะกับท่าน เราคิดว่าการวินิจฉัยก่อนแล้วจึงตัดสินใจเป็นแนวทางที่ถูกต้องครับ

ข้อสาม หากไม่ถูกใจ ก็สามารถย้อนกลับได้ครับ

ข้อดีสำคัญข้อหนึ่งของฟิลเลอร์ลิฟติ้งคือ เมื่อผลลัพธ์ไม่ถูกใจหรือเกิดปัญหาขึ้น ก็ยังมีช่องทางให้ย้อนกลับได้ครับ

เพราะฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกสามารถสลายออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลาย (ไฮยาลูโรนิเดส) ครับ

ในกรณีที่เกิดความไม่สมมาตรหรือฉีดมากเกินไป ก็สามารถปรับแก้หรือเอาออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลาย จึงค่อนข้างอุ่นใจกว่าครับ

ด้วยเหตุนี้แทนที่จะโลภเติมให้เต็มในครั้งเดียวตั้งแต่แรก การฉีดในปริมาณที่เหมาะสมแล้วดูช่วงที่เข้าที่ราว 2 สัปดาห์ไปด้วยพร้อมปรับแต่ง กลับนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าครับ (การตอบสนองต่างกันไปในแต่ละคนครับ)

พูดตามตรง จุดนี้เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจไว้ครับ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งไม่ใช่คำตอบของการหย่อนคล้อยทุกแบบครับ

หากผิวหย่อนคล้อยไปมากแล้ว หรือปริมาณที่หย่อนยานมีมาก การค้ำยันด้วยฟิลเลอร์ก็มีข้อจำกัด ไหมลิฟติ้งหรือวิธีอื่นอาจเหมาะกว่าครับ

อีกทั้งเนื่องจากเป็นหัตถการที่ฉีดลงในชั้นลึก แม้พบได้ไม่บ่อยแต่ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดได้ครับ ดังนั้นจึงเลือกใช้เข็มทู่ (cannula) ที่ช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บของหลอดเลือดก่อน และหากหลังทำหัตถการมีอาการอย่างผิวซีด เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หรือเจ็บปวดรุนแรง โปรดมาพบแพทย์โดยไม่รอช้านะครับ

นี่ไม่ใช่การบอกว่าให้ทำฟิลเลอร์ลิฟติ้งเสมอไปครับ การรู้แนวทางที่เหมาะกับลักษณะการหย่อนคล้อยของท่านเองต่างหากที่มาก่อนครับ

การพยุงกับการยกขึ้น

เพราะมีคำว่า "ลิฟติ้ง" อยู่ในชื่อจึงเกิดความเข้าใจผิด แต่ฟิลเลอร์ ไม่ใช่หัตถการที่ยกขึ้นครับ

ใกล้เคียงกับการวางฐานรองใต้เงาที่เกิดจากการทรุด เพื่อให้ ดูยุบน้อยลง ครับ จึงไม่สามารถคืนเนื้อเยื่อที่ลงมาแล้วกลับไปที่เดิมได้ครับ

ถ้าสับสนตรงนี้ ปริมาณจะเพิ่มขึ้นครับ ไม่ขึ้นก็ใส่เพิ่ม ยังไม่ขึ้นก็ใส่อีก เป็นวงจรแบบนั้น ผลลัพธ์จะไปทาง ใบหน้าหนักขึ้น ครับ

ดังนั้นถ้าปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อย ต้องดูฝั่งที่ยกขึ้นร่วมด้วยครับ การเติมกับการยกมีบทบาทต่างกัน และถ้าแยกดูสองอย่าง บางกรณีจัดการได้ด้วยปริมาณที่น้อยกว่ามากครับ

ลองวางสามสายเรียงกัน

ภายในคำว่าความหย่อนคล้อยคำเดียว มีสิ่งที่ลักษณะต่างกันปะปนอยู่ครับ แนวทางจึงแยกกันด้วยครับ

  • อัลตราซาวด์ (HIFU)มุ่งเป้าชั้นลึกในลักษณะจุด ด้านการยกสิ่งที่ทรุดลง ได้แก่ Ultherapy PRIME, Shurink Universe, Sofwave
  • คลื่นความถี่วิทยุ (RF)อุ่นชั้นหนังแท้ในลักษณะพื้นผิว ด้านความกระชับและเนื้อผิว ได้แก่ Thermage FLX, InMode, XERF, Volnewmer
  • ไมโครเวฟเข้าถึงชั้นไขมัน ด้านการจัดเส้นกรอบหน้า ได้แก่ Onda

และไหมเป็นอีกสายหนึ่งครับ เพราะไม่ใช่การหดเนื้อเยื่อด้วยความร้อน แต่เป็นการ เกี่ยวยกขึ้นทางกายภาพ ครับ

เหตุผลที่ DA Clinic สาขาเมียงดงของเรามีสายเหล่านี้ครบเรียบง่ายครับ เพราะต้องมีทางเลือกจึงจะพูดได้ว่า "เรื่องนี้ตอนนี้ยังไม่ต้องทำก็ได้ครับ" ถ้ามีเครื่องเดียว ไม่ว่าความหย่อนคล้อยแบบใดมา ข้อสรุปก็จะรวมไปที่เครื่องนั้นครับ

การฟื้นตัวดำเนินไปแบบนี้ครับ

  • เย็นวันที่ทำถึงเช้าวันถัดไปอาการบวมเด่นชัดที่สุดครับ
  • 2-3 วันอาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ครับ
  • 1-2 สัปดาห์รอยช้ำจางลงและรูปทรงเข้าที่ครับ
  • หลังสองสัปดาห์ภาพที่เห็นช่วงนี้ใกล้เคียงผลลัพธ์จริงครับ

ตอนแรกมีอาการบวมอยู่ด้วยจึงดูใหญ่ พอยุบลงหลายท่านรู้สึกว่า "เล็กลง" แต่โดยทั่วไปคือกลับมาเท่ากับปริมาณที่ใส่ไว้แต่แรกครับ ถ้าเติมเพิ่มทันทีตอนนี้ก็เกินได้ง่ายครับ

และสัญญาณเหล่านี้อย่าอดทนครับ ผิว ซีดลงหรือเป็นด่าง ความเจ็บ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือ การมองเห็นพร่ามัว ครับ พบได้ไม่บ่อยแต่เป็นเรื่องที่เวลากำหนดผลลัพธ์ จึงต้องติดต่อทันทีครับ

ยาสลายพร้อมใช้ทันทีหรือไม่ เป็นคำถามที่ถามก่อนหัตถการได้ครับ

  • การเติมเต็มกับ การดึงยกเป็นคนละเรื่อง
  • ตำแหน่งที่แม่นยำและความหนืด เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
  • ปลอดภัยกว่าถ้าเหลือ ช่องทางให้ย้อนกลับได้

คำถามที่พบบ่อย

Q. ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไรคะ?

A. ฟิลเลอร์ลิฟติ้งเป็นหัตถการที่มีจุดประสงค์ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เติมปริมาตรลงจุดที่ยุบครับ เพราะเป็นแนวทางการออกแบบที่วางฟิลเลอร์ความหนืดสูงซึ่งมีแรงยึดเกาะสูงลงบนจุดเชิงโครงสร้าง (anchor point) บนโครงกระดูกอย่างโหนกแก้ม คาง หรือขมับ เพื่อค้ำยันเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นและฟื้นเส้นกรอบหน้าครับ ด้วยเหตุนี้จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดสูงกว่าฟิลเลอร์เติมปริมาตรทั่วไป และการออกแบบว่าจะฉีดที่จุดไหนปริมาณเท่าใดจึงสำคัญกว่าครับ จุดที่ต่างกันมากที่สุดคือ ตำแหน่งและความหนืดเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์มากกว่าปริมาณที่เติมครับ เนื่องจากลักษณะการหย่อนคล้อยต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงควรกำหนดแนวทางที่เหมาะกับท่านหลังการวินิจฉัยครับ

Q. ผลอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. ผลของฟิลเลอร์ลิฟติ้งมีแนวโน้มคงอยู่ราว 12~18 เดือน ขึ้นอยู่กับความหนืดของฟิลเลอร์ บริเวณที่ทำ และระดับการเคลื่อนไหวครับ เนื่องจากเป็นวิธีที่ฉีดลงชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูก จึงมักอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปที่ฉีดในชั้นตื้นเล็กน้อยครับ อย่างไรก็ตาม ความชราและการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อยังดำเนินต่อไปแม้หลังทำหัตถการ ผลจึงไม่ได้คงอยู่ถาวรครับ ด้วยเหตุนี้จึงมีหลายท่านที่กลับมาทำซ้ำตามจังหวะที่ผลเริ่มคลายลงครับ ระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันไปตามการเผาผลาญและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล จึงควรกำหนดรอบโดยดูสภาพของตัวท่านเองครับ

Q. หากเกิดความผิดพลาด สามารถย้อนกลับได้ไหมคะ?

A. ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกที่ใช้ในฟิลเลอร์ลิฟติ้งสามารถสลายออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลาย (ไฮยาลูโรนิเดส) จึงค่อนข้างย้อนกลับได้ง่ายครับ ในกรณีที่เกิดความไม่สมมาตร ฉีดมากเกินไป หรือดีไซน์ไม่ถูกใจ ก็สามารถปรับแก้หรือเอาออกได้ด้วยเอนไซม์ย่อยสลายครับ ด้วยเหตุนี้แทนที่จะเติมให้เต็มในครั้งเดียวตั้งแต่แรก การฉีดในปริมาณที่เหมาะสมแล้วค่อยปรับจะปลอดภัยกว่าครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นหัตถการในชั้นลึก หากมีอาการผิดปกติอย่างผิวซีด เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หรือเจ็บปวดรุนแรง โปรดมาพบแพทย์ทันทีโดยแยกจากเรื่องการย้อนกลับนะครับ ระดับปฏิกิริยาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ

เผื่อทางให้ย้อนกลับได้

เหลือไว้เฉพาะใจความก็เป็นแบบนี้ครับ

ฟิลเลอร์ลิฟติ้งนั้น ไม่ใช่ 'ปริมาณมาก' แต่เป็น 'ตำแหน่งที่แม่นยำ·ความหนืดที่เหมาะสม·ช่องทางที่ย้อนกลับได้' ที่สร้างผลลัพธ์ครับ

คำถามที่คุณเอ่ยไว้ตอนแรก ตอนนี้เห็นคำตอบแล้วไหมครับ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^

ขอบคุณที่อ่านจนถึงบรรทัดสุดท้ายครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)