"ริมฝีปากบางจนรู้สึกว่าใบหน้าดูจืดชืดค่ะ"
"ฟิลเลอร์ริมฝีปากแล้วจะดูไม่เป็นธรรมชาติไหมคะ?"
นี่คือเรื่องแรก ๆ ที่ผู้ที่กังวลเรื่องริมฝีปากมักพูดถึงกันครับ
สวัสดีครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin ที่กำลังเตรียมเปิดคลินิกที่เมียงดง ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านที่กังวลเรื่องริมฝีปากกันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะครับ
หากคุณเสียดายกับไลน์ริมฝีปากในกระจกอยู่เสมอ เราเข้าใจความรู้สึกนั้นดีครับ
เพียงแต่ฟิลเลอร์ริมฝีปากใกล้เคียงกับ 'การจัดสัดส่วนให้พอดี' มากกว่า 'การเติมให้มาก' เราจึงขอเริ่มจากส่วนนั้นก่อนนะครับ
ฟิลเลอร์ริมฝีปากไม่ใช่หัตถการที่เพิ่มแค่ปริมาตรครับ
ฟิลเลอร์ริมฝีปากมากกว่าจะเป็นหัตถการที่เพียงทำให้ริมฝีปากอูมขึ้น เป็นหัตถการที่จัดปริมาตร รูปทรง และเส้นแนวตั้งที่จางลงไปพร้อมกันครับ
ก่อนอื่นขอคลายความเข้าใจผิดสักข้อก่อนนะครับ
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก (HA) เป็นวิธีที่เติมสารซึ่งมีความหนืดหยุ่นลงในชั้นหนังแท้และชั้นลึก เพื่อชดเชยปริมาตรและไลน์ของส่วนที่ยุบหรือบางลงครับ
ด้วยเหตุนี้ มากกว่า 'จะเสริมให้ใหญ่แค่ไหน' การที่ 'จัดสัดส่วนของริมฝีปากบน-ล่าง และความกลมกลืนกับมุมปาก' อย่างไร ต่างหากที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์อย่างมากครับ
หัวใจของความเป็นธรรมชาติคือ 'ปริมาณที่พอดี' ครับ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในริมฝีปากคือการฉีดปริมาณที่กำหนดไว้อย่างพอดีครับ
แม้จะเป็นริมฝีปากเดียวกัน มากกว่าจะฉีดมากในครั้งเดียว การฉีดในปริมาณที่พอดี ดูรูปลักษณ์ในการเข้าที่ แล้วประเมินซ้ำ ต่างหากที่เป็นหัวใจของการสร้างความเป็นธรรมชาติครับ
หากเติมมากเกินไป ก็อาจดูเกินจากความอูมไปเป็นไม่เป็นธรรมชาติ หรือไลน์เดิมของริมฝีปากพร่าเลือนได้ครับ
กรดไฮยาลูรอนิกมีข้อดีที่สามารถย้อนกลับได้ในระดับหนึ่งด้วยเอนไซม์สลาย (ไฮยาลูโรนิเดส) การที่มีช่องให้ปรับได้เมื่อผลออกมาต่างจากที่คิด จึงเป็นส่วนที่ทำให้สบายใจครับ (การตอบสนองต่อการย้อนกลับก็มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ)
เป็นบริเวณที่ดูริ้วรอยแนวตั้งของริมฝีปากไปด้วยครับ
เวลากังวลเรื่องริมฝีปากมักนึกถึงแต่ปริมาตร แต่ที่จริงเป็นบริเวณที่ควรสำรวจริ้วรอยแนวตั้งที่จางลงไปด้วยครับ
เมื่ออายุมากขึ้นหรือความแห้งดำเนินต่อเนื่อง เส้นแนวตั้งบนผิวริมฝีปากก็ดูลึกขึ้นจนให้ภาพลักษณ์ที่แห้งเหี่ยวได้ครับ
หากชดเชยความหนืดหยุ่นให้กับส่วนที่ยุบด้วยฟิลเลอร์ ผิวก็ดูเรียบเนียนขึ้นจนคาดหวังให้เส้นแนวตั้งเด่นน้อยลงได้ครับ
เพียงแต่ส่วนนี้ก็เช่นกัน มากกว่าจะเติมเต็มในครั้งเดียว การชดเชยด้วยปริมาณที่พอดีโดยดูลักษณะร่องไปด้วยจะเป็นธรรมชาติกว่า และระดับของการเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกได้มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ
หลังทำหัตถการ อาการบวมและรอยช้ำค่อนข้างพบบ่อยครับ
ริมฝีปากเป็นบริเวณที่หลอดเลือดและเส้นประสาทมีมาก อาการบวมหรือรอยช้ำหลังทำหัตถการจึงปรากฏได้ค่อนข้างบ่อยครับ
โดยเฉพาะทันทีหลังทำหัตถการ 1-2 วัน อาจดูบวมอูมกว่าปกติ ดังนั้นไม่ควรตัดสินผลลัพธ์จากภาพในวันนั้นเพียงอย่างเดียวครับ
เนื่องจากไลน์ธรรมชาติจะค่อย ๆ เข้าที่เมื่ออาการบวมยุบลง จึงจำเป็นต้องมีความสบาย ๆ ในการเว้นดูผลไว้ไม่กี่วันครับ
ระยะเวลาที่คงอยู่ก็หลากหลายตั้งแต่ราวหลายเดือนไปจนถึงมากกว่า 1 ปีตามบริเวณ เนื้อฟิลเลอร์ และการเคลื่อนไหวบ่อยของริมฝีปาก และการที่ไม่ใช่หัตถการที่คงอยู่ถาวรก็เป็นจุดที่ควรจำไว้ด้วยกันครับ
ริมฝีปากบวมมากที่สุด
ริมฝีปากเป็นบริเวณที่อาการบวมเด่นชัดที่สุดกลุ่มหนึ่งบนใบหน้าครับ เพราะบางและเคลื่อนไหวมากครับ
หลายท่านจึงตกใจเมื่อเห็นภาพทันทีหลังหัตถการ แต่ ภาพนั้นไม่ใช่ผลลัพธ์ครับ หลังผ่านไปไม่กี่วันและอาการบวมยุบลงจึงใกล้เคียงของจริงครับ
มีความผิดพลาดที่พบบ่อยอยู่หนึ่งข้อครับ คือพออาการบวมยุบแล้วรู้สึกว่า "ใส่ไปน้อยกว่าที่คิด" แล้วเติมทันทีครับ สภาพนั้นคือปริมาณที่ใส่ไว้แต่แรก เพียงแต่เทียบกับความทรงจำตอนบวมจึงดูเหมือนไม่พอครับ
ดังนั้น รอสองสัปดาห์ แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องการเติมจะดีกว่าครับ และเป็นเหตุผลที่การเริ่มน้อย ๆ ในครั้งแรกปลอดภัยกว่าด้วยครับ
การฟื้นตัวผ่านไปตามลำดับนี้ครับ
- เย็นวันที่ทำถึงเช้าวันถัดไปอาการบวมเด่นชัดที่สุด การที่วันถัดไปดูบวมกว่าวันที่ทำเป็นกระบวนการที่เป็นธรรมชาติครับ
- 2-3 วันอาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ครับ
- 1-2 สัปดาห์รอยช้ำจางลงและรูปทรงเข้าที่ครับ
- หลังสองสัปดาห์ภาพที่เห็นช่วงนี้ใกล้เคียงผลลัพธ์จริงครับ
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องส่องกระจกตัดสินในวันถัดไปครับ ตอนแรกมีอาการบวมอยู่ด้วยจึงดูใหญ่ พอยุบลงหลายท่านรู้สึกว่า "เล็กลง" แต่โดยทั่วไปคือกลับมาเท่ากับปริมาณที่ใส่ไว้แต่แรกครับ
ในช่วงนี้อย่าถูแรง และการเลื่อนกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนอย่างซาวน่าออกไปสักสองสามวันจะปลอดภัยกว่าครับ หากมีนัดหมายสำคัญ กรุณาเผื่อเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ครับ
ท่านเหล่านี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งนะครับ
ฟิลเลอร์ริมฝีปากไม่ใช่หัตถการที่แนะนำได้อย่างง่าย ๆ ในทุกสถานการณ์ครับ
หากบริเวณที่จะทำหัตถการเป็นเริม (ตุ่มน้ำที่ริมฝีปาก) บ่อย ก็อาจกำเริบขึ้นมาอีกจากการกระตุ้นของหัตถการ จึงควรสำรวจสภาพก่อนครับ
อีกทั้งแม้พบได้ไม่บ่อย แต่ในกระบวนการฉีดอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด (สัญญาณที่ผิวซีดลง หรือรู้สึกเจ็บปวด· ความรู้สึกผิดปกติ) การแจ้งทันทีและรับมือเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงสำคัญครับ
หากปกติเป็นคนที่ช้ำง่าย หรืออาการบวมยุบช้า ควรเผื่อเวลาในกำหนดการไว้แล้วตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ร่วมกันจะดีครับ
- เป็นหัตถการที่ปรับ สัดส่วน
- ใช้ ปริมาณที่พอดี ในการจัดเส้นริมฝีปาก
- อาการบวมและช้ำ พบได้ค่อนข้างบ่อย
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฟิลเลอร์ริมฝีปากแล้วต้องดูไม่เป็นธรรมชาติแน่ ๆ ใช่ไหมคะ?
A. ความไม่เป็นธรรมชาติมักมีต้นเหตุจาก 'ปริมาณ' มากกว่าตัวหัตถการเองครับ ฟิลเลอร์ริมฝีปากเป็นหัตถการที่จัดปริมาตร รูปทรง และเส้นแนวตั้งที่จางลง หากเติมมากเกินไปในครั้งเดียว ก็อาจเกินจากความอูมไปจนไลน์เดิมพร่าเลือนและดูแข็งได้ครับ ด้วยเหตุนี้ การฉีดในปริมาณที่พอดี ดูรูปลักษณ์ในการเข้าที่ แล้วประเมินซ้ำ จึงเป็นหัวใจของความเป็นธรรมชาติครับ เนื่องจากเป็นการออกแบบโดยดูสัดส่วนของริมฝีปากบน-ล่างและความกลมกลืนกับมุมปากไปด้วย เราจึงแนะนำให้ค่อย ๆ ดูเป็นขั้น ๆ มากกว่าจะโลภตั้งแต่แรกครับ เพียงแต่ขอให้ดูด้วยว่าเกณฑ์ความเป็นธรรมชาติที่รู้สึกได้มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ
Q. ทำหัตถการแล้วใช้ชีวิตประจำวันได้เลยไหมคะ?
A. ริมฝีปากเป็นบริเวณที่หลอดเลือดและเส้นประสาทมีมาก อาการบวมหรือรอยช้ำหลังทำหัตถการจึงค่อนข้างพบบ่อยครับ ทันทีหลังทำหัตถการ 1-2 วันอาจดูบวมอูมกว่าปกติ ดังนั้นหากมีกำหนดการสำคัญอยู่ตรงหน้า การเผื่อเวลาไว้แล้วกำหนดช่วงเวลาจะดีครับ เนื่องจากไลน์จะค่อย ๆ เข้าที่เมื่ออาการบวมยุบลง การไม่ตัดสินผลลัพธ์จากภาพในวันนั้นเพียงอย่างเดียวจึงสมเหตุสมผลครับ ทั้งความเร็วในการฟื้นตัวและระดับของรอยช้ำมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงขอแนะนำให้เว้นดูผลไว้ไม่กี่วันครับ
Q. ฟิลเลอร์ริมฝีปากอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. ขึ้นอยู่กับบริเวณ เนื้อฟิลเลอร์ และระดับที่ริมฝีปากขยับบ่อยระหว่างพูดและกิน จึงหลากหลายตั้งแต่ราวหลายเดือนไปจนถึงมากกว่า 1 ปีอย่างกว้างขวางครับ บริเวณที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปาก ระยะเวลาที่คงอยู่อาจรู้สึกว่าสั้นลงเล็กน้อยได้ครับ เพียงแต่ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกไม่ใช่หัตถการที่คงอยู่ถาวร แต่จะค่อย ๆ ถูกดูดซับเมื่อเวลาผ่านไป และหากจำเป็นก็สามารถปรับได้ในระดับหนึ่งด้วยเอนไซม์สลาย เป็นลักษณะเฉพาะครับ ทั้งระยะเวลาที่คงอยู่และความเร็วในการดูดซับมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงขอให้มองเป็นกระบวนการที่ดูผลแล้วประเมินซ้ำจะดีครับ
สัญญาณเหล่านี้อย่าอดทนครับ
พบได้ไม่บ่อย แต่หากเกิดปัญหาด้านหลอดเลือด การรับมือที่รวดเร็วเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ครับ
- ผิว ซีดลงหรือเป็นด่าง
- ความเจ็บ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- การมองเห็นพร่ามัว
กรณีเหล่านี้อย่ารอครับ กรุณาติดต่อที่ที่ทำหัตถการทันที ตรวจสอบไว้ก่อนหัตถการว่าติดต่ออย่างไรในเวลากลางคืนหรือวันหยุดจะดีครับ
และ ยาสลาย (ไฮยาลูโรนิเดส) พร้อมใช้ทันทีหรือไม่ เป็นคำถามที่ถามก่อนหัตถการได้ครับ แม้ความน่าจะเป็นต่ำ แต่เป็นจุดที่ความพร้อมแยกกัน จึงคุ้มค่าที่จะถามครับ
Q. รู้สึกเป็นก้อน นวดเองได้ไหมคะ
A. อย่านวดแรงนะครับ อาการบวมช่วงแรกกับก้อนจริงต้องแยกกัน และการรับมือก็ต่างกันครับ หากผ่านสองสัปดาห์แล้วยังคลำได้แข็ง ไปตรวจสอบที่ที่ทำหัตถการจะปลอดภัยกว่าครับ
Q. ใส่ทีเดียวหมดดีกว่าไหมคะ
A. หากเป็นครั้งแรก หลายกรณีมีคำแนะนำว่าใส่น้อยก่อนแล้วเติมถ้าไม่พอเป็นลำดับที่ปลอดภัยครับ และการตัดสินหลังอาการบวมยุบก็แม่นยำกว่าด้วยครับ
Q. ก่อนหัตถการต้องเตรียมอะไรไปคะ
A. ยาและอาหารเสริมที่ทานอยู่ กับบันทึกหัตถการที่เคยทำก็เพียงพอครับ โดยเฉพาะเคยฉีดฟิลเลอร์ชนิดใดที่บริเวณไหน ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบครั้งนี้ครับ การเติมโดยไม่รู้ปริมาณที่เหลือทำให้เกินได้ง่ายครับ
สัดส่วนสำคัญกว่าความอิ่ม
เหลือไว้เฉพาะใจความก็เป็นแบบนี้ครับ
ฟิลเลอร์ริมฝีปากไม่ใช่หัตถการที่ 'เติมให้มาก' แต่เป็นหัตถการที่จัดสัดส่วนและไลน์ด้วยปริมาณที่พอดีครับ
คำถามแรกสุดนั้น ตอบได้แล้วหรือยังครับ
หากคุณเสียดายกับไลน์ริมฝีปาก การมองเป็นการจัดสัดส่วนให้พอดีมากกว่าการเสริมให้ใหญ่ก็ดีครับ เพียงแต่ขอให้จำไว้ว่าผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาการบวม· รอยช้ำค่อนข้างพบบ่อยนะครับ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^
ขอบคุณที่อยู่กับเราจนจบครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)
