ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Column

เลเซอร์พิโคเมียงดง กี่ครั้ง?ผมขอพูดตรง ๆ ครับ 〈บันทึกของแพทย์〉

เม็ดสีและจุดด่างดำ

"พิโคเลเซอร์ครั้งเดียวฝ้าก็หายเกลี้ยงเลยไม่ใช่เหรอคะ?"

"รอยสักยิงเลเซอร์ก็ลบออกได้สะอาดหมดจดอย่างที่เขาว่า จริงไหมคะ?"

นี่คือเรื่องที่ผู้ที่กำลังหาข้อมูลหัตถการเม็ดสีมักจะหยิบขึ้นมาพูดเป็นอันดับแรกครับ

สวัสดีครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin ที่กำลังเตรียมเปิดคลินิกที่เมียงดง ^^

ขอบอกตามตรงครับ ถ้ามาโดยคาดหวังว่าพิโคเลเซอร์เป็น 'หัตถการที่ลบหมดในครั้งเดียว' ก็จะเหนื่อยเมื่อทำหลายรอบครับ

อนุภาคเม็ดสีที่ถูกทำให้แตกนั้น ร่างกายค่อย ๆ ขับออกโดยใช้เวลา หัตถการนี้จึงไม่ใช่ 'ทีเดียวจบ' แต่เป็นการ 'สะสมทีละหลายครั้ง' ครับ การตั้งความคาดหวังตั้งแต่แรกจึงสำคัญ ตรงนี้ขอพูดให้ชัดจะดีกว่าครับ

อ่านจบแล้วจะรู้ว่าควรถามอะไรครับ

พิโคเลเซอร์เป็นหัตถการที่ 'บดเม็ดสีให้ละเอียด' ครับ

ก่อนอื่นขอชี้แจงหลักการก่อนนะครับ

เนื่องจากพัลส์สั้นกว่าเลเซอร์นาโนวินาทีแบบเดิมประมาณ 1000 เท่า จึงเป็นวิธีที่ลดความเสียหายจากความร้อนต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง และบดเฉพาะเม็ดสีให้ละเอียดยิ่งขึ้นครับ

พิโคเลเซอร์เป็นเลเซอร์เม็ดสีและฟื้นฟูที่เลือกเฉพาะเม็ดสีมาบดให้เป็นอนุภาคละเอียดด้วยพัลส์ที่สั้นมากในระดับหนึ่งในล้านล้านวินาที (พิโควินาที) ครับ

หากนึกภาพการบดรอยเปื้อนที่เกาะกันเป็นก้อนให้ละเอียดเหมือนเม็ดทราย แล้วร่างกายค่อย ๆ เก็บกวาดส่งออกไป ก็จะเข้าใจง่ายขึ้นครับ ㅎㅎ

DA Clinic สาขาเมียงดง เตรียมพิโคเลเซอร์ไว้สองชนิดคือ PicoSure และ PicoPlus เพื่อเตรียมเปิดทำการครับ PicoSure เป็นความยาวคลื่นอเล็กซานไดรต์ 755nm ส่วน PicoPlus เป็นแบบหลายความยาวคลื่น เราจึงเลือกใช้เครื่องตามชนิดและความลึกของเม็ดสีครับ

ข้อแรก ไม่ใช่ 'ทีเดียวเกลี้ยง' แต่เป็นหัตถการที่ 'สะสมเป็นรอบ' ครับ

หลายท่านคิดว่า "ในเมื่อจะทำอยู่แล้ว ยิงเข้ม ๆ ทีเดียวให้จบไปเลยก็คงดี" ใช่ไหมครับ

แต่อนุภาคเม็ดสีที่ถูกบดแล้ว ร่างกายต้องใช้เวลาในการขับออกผ่านระบบน้ำเหลืองครับ

หากยิงแรงเกินไปในครั้งเดียว แทนที่เม็ดสีจะจางลง ความเสี่ยงที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) จากการกระตุ้นกลับยิ่งสูงขึ้นครับ

ดังนั้นโดยทั่วไปจึงแบ่งทำเป็นรอบโดยเว้นระยะห่าง 4~6 สัปดาห์ ด้วยวิธีบดแล้วรอให้จางลง จากนั้นจึงบดอีกครั้งครับ ฝ้ามักต้องทำหลายครั้ง ส่วนจุดด่างดำมักจัดการได้ในจำนวนครั้งที่น้อยกว่า แต่จำนวนครั้งที่แน่นอนจะแตกต่างไปตามสภาพของเม็ดสีครับ (ระดับการรับรู้ต่างกันไปในแต่ละคนครับ)

ข้อสอง แม้จะเป็นพิโคเหมือนกัน แต่ 'การวินิจฉัยเม็ดสี' ต้องมาก่อนครับ

พิโคเลเซอร์เป็นเครื่องที่ดูแลได้กว้างขวางตั้งแต่ฝ้า จุดด่างดำ กระเนื้อ ปานโอตะ ไปจนถึงรอยสักครับ

แต่แม้จะดูเหมือนจุดสีน้ำตาลเหมือนกัน การเข้าหาก็ต่างกันโดยสิ้นเชิงตามว่าเป็นเม็ดสีที่อยู่ตื้น ๆ บนชั้นหนังกำพร้า หรือเป็นเม็ดสีที่อยู่ลึกในชั้นหนังแท้ครับ

โดยเฉพาะฝ้านั้นไวต่อการกระตุ้น หากยิงแรงโดยไม่ดูตาม้าตาเรือกลับอาจทำให้เข้มขึ้นได้ครับ

ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ 'ใช้เครื่องชนิดไหน' แต่เป็น 'การวินิจฉัยก่อนว่าเม็ดสีของฉันคืออะไร' ครับ การขึ้นความแรงก่อนโดยไม่วินิจฉัยคือลำดับที่อันตรายที่สุดเลยครับ

ข้อสาม พิโคเลเซอร์ไม่ได้ดูแลแค่เม็ดสีครับ

หลายท่านเข้าใจว่าพิโคเลเซอร์ใช้เฉพาะเรื่องเม็ดสีเท่านั้นครับ

แต่หากใช้โหมดที่เรียกว่าโฟกัสเลนส์ ก็จะกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ และนำไปใช้ปรับเนื้อรูขุมขน รอยแผลเป็นจากสิว หรือริ้วรอยตื้น ๆ ได้ด้วยครับ

จึงกลายเป็นภาพของการดูแลเนื้อผิวไปพร้อม ๆ กับการจัดระเบียบเม็ดสีครับ

เพียงแต่สิ่งนี้ไม่ได้ใช้กับทุกท่านพร้อมกันในครั้งเดียว แต่ควรเลือกใช้โหมดให้เข้ากับสภาพผิวและเป้าหมายครับ การกำหนดลำดับความสำคัญจะให้ผลลัพธ์ที่เรียบร้อยกว่าการโลภทำทุกอย่างพร้อมกันครับ

เหตุผลที่มีพิโคสองเครื่อง

พิโคไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดครับ ถ้าความยาวคลื่นต่างกัน เม็ดสีที่เข้าถึงได้ดีก็ต่างกันครับ

ความยาวคลื่นสั้นอธิบายว่าเข้าถึงเม็ดสีที่ผิวตื้น ส่วนความยาวคลื่นยาวเข้าถึงชั้นที่ลึกกว่าครับ ดังนั้นเครื่องหนึ่งใช้ความยาวคลื่นที่มักถูกกล่าวถึงกับเม็ดสีในผิวคนเอเชีย ส่วนอีกเครื่องอธิบายว่าสลับระหว่างสองความยาวคลื่นเพื่อรับมือเม็ดสีที่หลากหลายครับ

นี่คือเหตุผลที่ DA Clinic สาขาเมียงดงของเรามีทั้ง PicoSure Pro และ PicoPlus ครับ เครื่องที่หยิบมาใช้ต่างกันตามว่าเม็ดสีอยู่ที่ความลึกใดครับ

และยังมี Hollywood Spectra ทางฝั่งโทนนิ่ง กับ Clarity II และ V-Laser เมื่อดูเม็ดสีกับหลอดเลือดร่วมกันครับ เพราะต้องมีทางเลือกจึงจะพูดได้ว่า "เม็ดสีแบบนี้ไม่ใช่พิโคครับ"

พูดตามตรง จุดเหล่านี้ควรทราบไว้ก่อนครับ

พิโคเลเซอร์ไม่ใช่คำตอบของเม็ดสีทุกชนิดครับ

โดยเฉพาะรอยสักนั้นตอบสนองแตกต่างกันไปตามชนิด ความลึก และสีของหมึก ในหลายกรณีแม้จะทำซ้ำหลายรอบ ร่องรอยก็แค่จางลงในระดับหนึ่ง ยากที่จะหายเกลี้ยงในครั้งเดียวครับ

ฝ้าก็เช่นกัน ไม่ใช่แนวคิดที่จบในครั้งเดียว แต่ใกล้เคียงกับการทำให้จางลงแล้วดูแลต่อเนื่องเพื่อคงสภาพไว้ครับ

นอกจากนี้ ท่านที่ทานยาที่ทำให้ไวต่อแสง หรือกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และท่านที่มีโรคผิวหนังที่กำลังกำเริบในบริเวณที่จะทำหัตถการ ควรเลื่อนหัตถการออกไปและปรึกษากันก่อนเพื่อความปลอดภัยครับ ไม่ได้บอกให้ทำโดยไม่มีเงื่อนไข แต่การรู้ทิศทางที่เหมาะกับเม็ดสีและสภาพของฉันต้องมาก่อนครับ

ไม่กี่วันหลังหัตถการเป็นแบบนี้ครับ

  • วันที่ทำอาจแดงชั่วคราวหรือรู้สึกร้อน โดยทั่วไปจะสงบลงภายในวันนั้นครับ
  • 2-3 วันอาจเกิดขุยละเอียด อธิบายว่าเป็นกระบวนการที่ผิวจัดระเบียบตัวเองครับ
  • 1-2 สัปดาห์เป็นช่วงที่เม็ดสีดูเข้มขึ้นชั่วคราวแล้วจางลงครับ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดตรงนี้คือ การแกะขุย ครับ ถ้าแกะออกจะเหลือรอยได้ง่ายครับ

และหากพลาดการป้องกันแสงแดดในช่วงนี้ เม็ดสีอาจกลับขึ้นมาที่จุดที่อุตส่าห์ทำให้จางลงได้ครับ บางกรณีไม่กี่สัปดาห์นี้กำหนดผลลัพธ์มากกว่าหัตถการเสียอีกครับ

อย่างไรก็ตาม หากรอยแดงรุนแรงต่อเนื่องเกินสามวัน มีตุ่มน้ำ หรือความเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่ารอครับ กรุณาติดต่อที่ที่ทำหัตถการครับ

  • เป็นหัตถการที่ สะสมไปทีละครั้ง
  • แม้จะเป็นพิโคเหมือนกัน แต่ ต้องวินิจฉัยเม็ดสีก่อน
  • หลังทำ การป้องกันรังสียูวี เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

คำถามที่พบบ่อย

Q. ทำครั้งเดียวเม็ดสีหลุดหมดเลยไหมคะ?

A. พิโคเลเซอร์เป็นหัตถการที่เม็ดสีค่อย ๆ จางลงทีละขั้นตลอดหลายรอบ มากกว่าจะหลุดหมดในครั้งเดียวครับ เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการขับอนุภาคเม็ดสีที่ถูกบดออกผ่านระบบน้ำเหลือง โดยทั่วไปจึงแบ่งทำเป็นรอบโดยเว้นระยะห่าง 4~6 สัปดาห์ครับ จุดด่างดำหรือกระเนื้อมักจางลงได้ในจำนวนครั้งที่น้อยกว่า แต่ฝ้ามักต้องสะสมหลายครั้งครับ จำนวนครั้งที่จำเป็นจะต่างกันไปตามชนิดและความลึกของเม็ดสี จึงควรกำหนดจำนวนรอบร่วมกันหลังการวินิจฉัยครับ และโปรดจำไว้ว่าระดับความรู้สึกที่ได้รับนั้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะครับ

Q. โทนนิ่งกับพิโคเลเซอร์ต่างกันอย่างไรคะ?

A. พิโคเลเซอร์ต่างจากโทนนิ่งที่ความยาวของพัลส์ครับ เลเซอร์โทนนิ่งทั่วไปสลายเม็ดสีทีละขั้นในระดับนาโนวินาที ส่วนพิโคเลเซอร์อยู่ในระดับพิโควินาทีที่สั้นกว่านั้นประมาณ 1000 เท่า จึงบดเม็ดสีให้เป็นอนุภาคที่ละเอียดกว่าครับ เมื่อพัลส์สั้น ความเสียหายจากความร้อนต่อเนื้อเยื่อรอบข้างก็ลดลง ความเสี่ยงอย่างรอยดำหลังการอักเสบจึงค่อนข้างต่ำกว่าด้วยครับ ดังนั้นในกรณีที่ยุ่งยากอย่างเม็ดสีที่ลึกหรือรอยสัก พิโคจึงอาจเหมาะกว่าครับ เพียงแต่ว่าจะเหมาะกับฝั่งไหน ควรดูจากสภาพของเม็ดสีแล้วค่อยกำหนดครับ

Q. ตอนทำเจ็บมากไหมคะ?

A. พิโคเลเซอร์ในตอนที่ยิงเม็ดสีจะรู้สึกแปลบหรือจี๊ดเล็กน้อย และตัวเวลาทำเองก็ค่อนข้างสั้นครับ ระดับการกระตุ้นต่างกันไปตามบริเวณและความลึกของเม็ดสี เม็ดสีที่เข้มและลึกหรือรอยสักอาจรู้สึกค่อนข้างแรงครับ ดังนั้นบริเวณที่บอบบางไวจึงทาครีมยาชาไว้ก่อนแล้วค่อยทำ และหลังทำก็ปลอบประโลมด้วยการลดความร้อนให้ครับ ทันทีหลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อยหรือความรู้สึกอุ่น ๆ หลงเหลืออยู่ แต่ส่วนใหญ่จะทุเลาลงภายในไม่กี่ชั่วโมงครับ ท่านที่ไวต่อความเจ็บ หากแจ้งไว้ก่อน เราจะปรับความแรงให้ครับ

Q. ต่างจากโทนนิ่งนาโนวินาทีอย่างไรคะ

A. ระยะเวลาที่ปล่อยพลังงานต่างกันครับ ฝั่งพิโคสั้นกว่ามาก จึงอธิบายว่าความร้อนมีช่องแผ่ออกไปรอบข้างน้อยกว่า จึงมีการพูดถึงว่าช่วยลดความเสี่ยงที่เม็ดสีจะกลับขึ้นมาหลังหัตถการครับ

Q. ได้ยินว่าแทบไม่มีระยะพักฟื้น จริงไหมคะ

A. ต่างกันตามวิธีและความแรงครับ วิธีที่แบ่งสะสมแทบไม่เห็นชัด แต่กรณีที่มุ่งเป้ารอยโรคบนผิวด้วยความแรงสูง อาจเกิดสะเก็ดบาง ๆ ได้ครับ

Q. ต้องทำกี่ครั้งคะ

A. ต่างกันมากตามชนิดและความลึกของเม็ดสีครับ แทนที่จะกำหนดจำนวนครั้งล่วงหน้า กำหนดจุดตรวจสอบระหว่างทางร่วมกันไว้จะดีกว่าครับ

ไม่จบในครั้งเดียว

เล่ามายาว แต่สิ่งที่ควรเก็บไว้มีเพียงข้อนี้ครับ

พิโคเลเซอร์ ไม่ใช่ 'ทีเดียวจบ' แต่ 'การวินิจฉัย รอบการทำ และการดูแล' เป็นตัวสร้างผลลัพธ์ของเม็ดสีครับ

สิ่งที่ถามไว้ตอนเปิดเรื่อง ขอตอบตรงนี้ครับ

DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^

ขอบคุณที่อยู่กับเราจนจบครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)