"ใช้มือแกะออกไม่ได้เหรอคะ? รู้สึกว่ามันลุกลามเรื่อย ๆ ค่ะ"
"ยิงเลเซอร์เอาออกทีเดียวหมดก็จบไม่ใช่เหรอคะ?"
นี่คือเรื่องที่ผู้ที่กังวลเพราะหูดเล็ก ๆ ที่ใบหน้าหรือมือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มักถามกันเป็นอันดับแรกครับ
ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin ที่จะได้พบกันที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ครับ ^^
เรากำลังเตรียมเปิดที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ และก่อนเปิดทำการ มีหลายท่านที่กังวลเรื่องหูดกันมาก เราจึงขอสรุปไว้ให้ก่อนในเชิงให้ข้อมูลนะครับ
หากคุณเสียใจเพราะรู้สึกว่าตื่นมาทีก็มีเพิ่มขึ้นทีละเม็ดสองเม็ด ความรู้สึกนั้นเราเข้าใจดีครับ
หากเข้าใจว่าเป็นไฝแล้วปล่อยไว้ อาจลุกลามได้ครับ หูดมีสาเหตุจากไวรัส จึงมีลักษณะต่างจากไฝหรือติ่งเนื้อ ขอแสดงให้เห็นตามจริงว่าต่างกันตรงไหนครับ
หูดชนิดแบนเป็นรอยโรคที่เกิดจาก 'ไวรัส HPV' ครับ
หูดชนิดแบนที่พบบ่อยคือรอยโรคที่เกิดจากไวรัสที่ชื่อ HPV สัมผัสกับผิวหนัง มีลักษณะเด่นคือตุ่มเล็ก ๆ แบน ๆ เหมือนเม็ดข้าวหลายเม็ดมารวมกลุ่มกันขึ้นมาครับ
ก่อนอื่นขอปูพื้นว่าหูดคืออะไรก่อนนะครับ
ประเด็นที่ต่างจากไฝหรือติ่งเนื้อมากที่สุดคือ มันไม่ใช่แค่ติ่งเชิงความสวยงามธรรมดา แต่มีไวรัสเป็นสาเหตุครับ
ด้วยเหตุนี้ เวลาเอาออกก็ต้องเข้าหาโดยคำนึงถึงธรรมชาติของไวรัสนี้ครับ
กำจัดรอยโรคอย่างแม่นยำด้วยเลเซอร์ CO2
การกำจัดหูดชนิดแบนมักใช้เลเซอร์ CO2 ครับ
เลเซอร์ CO2 ใช้หลักการกำจัดเนื้อเยื่อของหูดอย่างแม่นยำด้วยพลังงานสูง เป็นวิธีจัดการรอยโรคที่ขึ้นมาทีละเม็ดครับ
เพียงแต่เพราะมีไวรัสเป็นสาเหตุ จึงเป็นการยากที่จะคาดหวังว่าจะจัดการหมดในครั้งเดียวเหมือนการเอาไฝออกครับ
แม้จะกำจัดรอยโรคที่มองเห็น หูดเล็ก ๆ ที่ยังไม่ปรากฏก็อาจขึ้นมาโดยเหลื่อมเวลากันได้ครับ
ด้วยเหตุนี้ จึงมักแบ่งทำหลายรอบตามที่ขึ้นมาใหม่ แทนที่จะจบในครั้งเดียวครับ (จำนวนครั้งที่จำเป็นมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ)
เพราะเป็นชนิดไวรัส จึงลุกลามและกลับขึ้นมาอีกได้
สิ่งที่ต้องใส่ใจที่สุดในเรื่องหูดคือ 'การลุกลาม' และ 'การกลับมาเป็นซ้ำ' ครับ
หูดชนิดแบนมีไวรัสเป็นสาเหตุ หากเกาหรือกระตุ้น ก็อาจแพร่ผ่านบริเวณนั้นไปยังรอบข้างจนลุกลามได้ครับ
สิ่งนี้เรียกว่าการติดเชื้อในตัวเอง แค่เฉี่ยวขณะโกนหนวดหรือเผลอสัมผัส ก็อาจทำให้เกิดรอยโรคใหม่ได้ จึงต้องระวังครับ
อีกทั้งไวรัสที่มองไม่เห็นซึ่งหลงเหลืออยู่ ก็อาจกลับขึ้นมาอีกเมื่อเวลาผ่านไป การกลับมาเป็นซ้ำจึงเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ครับ
ด้วยเหตุนี้ การมองหูดเป็นรอยโรคที่ต้องดูการดำเนินไปแล้วดูแลจัดการ จะสบายใจกว่าการฟันธงด้วยการเอาออกเพียงครั้งเดียวครับ
กรุณาหลีกเลี่ยงการใช้มือแกะหรือเอาออกเองนะครับ
สิ่งที่อยากฝากมากที่สุดในเรื่องหูดคือ อย่าลงมือแตะเองครับ
หากด้วยความอึดอัดใจแล้วใช้เล็บแกะหรือเอาออกเองที่บ้าน ไวรัสก็อาจแพร่ไปยังบริเวณนั้นและรอบข้าง ทำให้จำนวนกลับเพิ่มขึ้นได้ครับ
ยังมีความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อลุกลามหรือเหลือรอย การเอาออกเองจึงเป็นวิธีที่ไม่แนะนำครับ
บริเวณที่กำจัดแล้วจะมีสะเก็ดเล็ก ๆ ขึ้น ควรปล่อยไว้จนหลุดเองในระหว่างที่เนื้อใหม่ค่อย ๆ เต็มขึ้น และไม่จงใจแกะออกจะดีครับ
หากใส่ใจการป้องกันรังสียูวีเพื่อไม่ให้บริเวณนั้นสัมผัสแสงแดดระหว่างฟื้นตัว ก็จะช่วยลดการสะสมของเม็ดสีได้ครับ
สิ่งที่เลเซอร์ CO2 ทำ
สิ่งที่ใช้มากที่สุดในการจัดการรอยโรคคือเลเซอร์ CO2 ครับ ถ้ารู้หลักการไว้ จะเข้าใจกระบวนการฟื้นตัวครับ
เลเซอร์นี้อธิบายว่าทำงานโดย ถูกดูดซับด้วยน้ำในเนื้อเยื่อแล้วทำให้จุดนั้นระเหยไป ครับ ใกล้เคียงกับการต้มน้ำให้ระเหยมากกว่าการเผาครับ
จึงมีสองสิ่งตามมาครับ หนึ่งคือ ปรับความลึกได้อย่างละเอียด อีกหนึ่งคือ จุดที่จัดการจะเหลือแผลและผ่านกระบวนการสมาน ครับ กระบวนการเกิดสะเก็ดและหลุดออกมาจากตรงนี้ครับ
ที่ DA Clinic สาขาเมียงดงของเรา มี Hestia ในสาย CO2 ครับ
การฟื้นตัวผ่านไปตามลำดับนี้ครับ
- วันแรก-3 วันจุดที่จัดการจะเกิดสะเก็ด เลี่ยงการโดนน้ำและการถูจะดีกว่าครับ
- 1-2 สัปดาห์สะเก็ดจะหลุดเองตามธรรมชาติ ถ้าแกะออกจะเหลือรอยได้ง่ายครับ
- หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนผิวใหม่จะดูแดงแล้วค่อย ๆ จางลงครับ
หลายท่านคิดว่าพอสะเก็ดหลุดก็จบแล้ว แต่ เม็ดสีจะเหลือหรือไม่ ตัดสินกันในไม่กี่เดือนหลังจากนั้นครับ บริเวณที่แดงเป็นสภาพที่สร้างเม็ดสีได้ง่าย หากโดนแดดโดยตรงตอนนี้ ก็อาจเหลือเป็นรอยสีน้ำตาลได้ครับ
ดังนั้นสิ่งที่ต้องดูแลในช่วงฟื้นตัวมีสามอย่างครับ ความชุ่มชื้น การปิดคลุมไว้ และ การป้องกันแสงแดด ครับ ยาทาหรือแผ่นปิด ให้ทำตามคำแนะนำของที่ที่ทำหัตถการจะปลอดภัยกว่าครับ
กรณีเหล่านี้ต้องตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งก่อนเอาออกครับ
ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ดูเหมือนหูดจะเป็นรอยโรคแบบเดียวกันทั้งหมดครับ
ติ่งที่สีเข้ม ขอบไม่ชัดเจน หรือขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็ว บางกรณีต้องแยกแยะจากหูดชนิดแบนธรรมดาครับ
ติ่งที่เลือดออกเรื่อย ๆ หรือรูปร่างเปลี่ยนแปลงจนสังเกตเห็นได้ ก็ไม่ควรมองข้ามไปเฉย ๆ ครับ
ในกรณีเช่นนี้ แทนที่จะกำจัดโดยพลการ การตรวจวินิจฉัยยืนยันสภาพก่อน แล้วแยกแยะว่าเป็นรอยโรคแบบใด ก่อนจะกำหนดทิศทางการเอาออกจึงปลอดภัยกว่าครับ
เพราะแม้ภายนอกจะดูคล้ายกัน แต่ภายในอาจกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไปครับ
ถ้าจะลดการลุกลาม
เพราะสาเหตุคือไวรัส การไม่ให้ลุกลาม จึงสำคัญพอ ๆ กับการรักษาครับ
- อย่าแกะหรือเการอยโรคด้วยมือมือที่เกาแล้วไปสัมผัสจุดอื่นอาจทำให้แพร่ไปได้ครับ
- ระวังมีดโกนหากใบมีดเฉี่ยวรอยโรค มีการกล่าวถึงรูปแบบการลุกลามตามแนวนั้นครับ
- ใช้ผ้าเช็ดตัวแยกมีการพูดถึงความเป็นไปได้ของการแพร่ในครอบครัวครับ
มีกรณีที่เริ่มรักษาแล้วมีรอยโรคใหม่ขึ้นมา แต่บางครั้งอธิบายว่าไม่ใช่ความล้มเหลว หากเป็นสิ่งที่แฝงอยู่แล้วปรากฏออกมาครับ ดังนั้นแทนที่จะจบในครั้งเดียว จึงต้องมีแผนที่ดูผลไปเรื่อย ๆ ครับ
- เป็นรอยโรคที่เกิดจาก ไวรัส
- ต้องคำนึงถึง การลามและการกลับมาเป็นซ้ำ
- ดูแลต่อเนื่อง หลายครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
Q. หูดกำจัดครั้งเดียวหมดเลยไหมคะ?
A. เพราะมีไวรัสเป็นสาเหตุ จึงเป็นการยากที่จะคาดหวังว่าจะจัดการหมดในครั้งเดียวครับ แม้จะกำจัดรอยโรคที่มองเห็นด้วยเลเซอร์ CO2 หูดเล็ก ๆ ที่ยังไม่ปรากฏก็อาจขึ้นมาโดยเหลื่อมเวลากันได้ครับ ด้วยเหตุนี้จึงมักแบ่งทำหลายรอบตามที่ขึ้นมาใหม่ ขอให้คำนึงไว้ว่าจำนวนครั้งที่จำเป็นและผลลัพธ์มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และการเข้าใจว่าเป็นรอยโรคที่ต้องดูการดำเนินไปแล้วดูแลจัดการ มากกว่าจบในครั้งเดียว จะสมเหตุสมผลกว่าครับ
Q. รู้สึกว่าลุกลามเรื่อย ๆ เพราะอะไรคะ?
A. หูดชนิดแบนมีไวรัสเป็นสาเหตุ หากเกาหรือกระตุ้น ก็อาจแพร่ผ่านบริเวณนั้นไปยังรอบข้างจนลุกลามได้ครับ สิ่งนี้เรียกว่าการติดเชื้อในตัวเอง แค่เฉี่ยวขณะโกนหนวดหรือเผลอสัมผัส ก็อาจทำให้เกิดรอยโรคใหม่ได้ครับ ด้วยเหตุนี้ การใช้มือแกะหรือเอาออกเองที่บ้านจึงควรหลีกเลี่ยงครับ การลดการกระตุ้นและตรวจสอบสภาพก่อนที่มันจะลุกลามจะช่วยเรื่องการดูแลจัดการครับ
Q. กำจัดครั้งเดียวแล้วจะไม่ขึ้นอีกไหมคะ?
A. อาจกลับขึ้นมาอีกได้ครับ เพราะไวรัสที่มองไม่เห็นซึ่งหลงเหลืออยู่ อาจกลับมาเป็นซ้ำเมื่อเวลาผ่านไปได้อย่างเต็มที่ครับ นี่ไม่ใช่เพราะการกำจัดผิดพลาด แต่ใกล้เคียงกับธรรมชาติของรอยโรคชนิดไวรัส ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะฟันธงด้วยการกำจัดเพียงครั้งเดียว การดูการดำเนินไปแล้วดูแลจัดการจะดีกว่า และพอมีอันใหม่ขึ้นก็ค่อยจัดการเป็นครั้ง ๆ ไปจึงสมเหตุสมผลครับ ขอให้จำไว้ว่าการกลับมาเป็นซ้ำและระดับมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะครับ
Q. ติดคนอื่นไหมคะ
A. เพราะสาเหตุคือไวรัส จึงมีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะติดครับ การไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือมีดโกนร่วมกันจะปลอดภัยกว่าครับ
Q. กี่ครั้งถึงจะจบคะ
A. ต่างกันตามจำนวนและขอบเขต และหลายกรณีใช้หลายครั้งครับ เพราะเป็นไวรัส สิ่งที่มองไม่เห็นอาจโผล่ขึ้นมาภายหลัง จึงมองว่าจบในครั้งเดียวได้ยากครับ
Q. หายเองได้ไหมคะ
A. มีการกล่าวถึงกรณีเช่นนั้นอยู่ครับ แต่ระหว่างนั้นอาจลุกลามได้ จึงชั่งข้อดีข้อเสียของการรอกับการจัดการร่วมกันในการปรึกษาจะดีกว่าครับ
ระวังการลุกลามและการกลับมาเป็นซ้ำ
แก่นของเรื่องที่เล่าวันนี้อยู่ตรงนี้ครับ
หูดชนิดแบนเป็นรอยโรคชนิดไวรัส จึงเป็นหัตถการที่ต้องดูแลจัดการหลายรอบโดยคำนึงถึงการลุกลามและการกลับมาเป็นซ้ำ มากกว่าจบในครั้งเดียวครับ
คำถามแรกสุดนั้น ตอบได้แล้วหรือยังครับ
หากคุณเสียใจเพราะรู้สึกว่ามันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การมองในทิศทางที่ไม่ลงมือแตะเองแล้วดูการดำเนินไปแล้วค่อยจัดการก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพียงแต่ขอให้จำไว้ว่าจำนวนรอบและผลลัพธ์มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และเพราะเป็นชนิดไวรัสจึงอาจมีการลุกลามและการกลับมาเป็นซ้ำได้นะครับ
DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดทำการและข้อมูลการรักษา เราจะแจ้งให้ทราบก่อนผ่านบล็อกและอินสตาแกรมนะครับ ^^
ขอบคุณสำหรับเวลาของวันนี้ครับ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin แห่ง DA Clinic สาขาเมียงดง ครับ
บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดง กำลังจะเปิดทำการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)
