ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Column

ตรวจวิเคราะห์ผิวที่เมียงดง ถ้าคุณได้กลับมาแค่คะแนน

Skin Reading

"คะแนนความชุ่มชื้น 68 คะแนน อายุผิว 39 ปี ได้ใบผลมาแล้วแต่ก็ยังไม่รู้เลยครับว่าสรุปต้องทำอะไร"

"ต้องเริ่มทำจากส่วนที่ได้คะแนนต่ำก่อนหรือเปล่าครับ?"

นี่คือคำถามที่ผู้ที่เข้ารับการตรวจวิเคราะห์มักจะถามบ่อยที่สุดเมื่อได้รับใบผลครับ

สวัสดีครับ ผม Kwon Si-jin แพทย์ผู้บริหาร DA Clinic สาขาเมียงดง ที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้ครับ ^^

เรากำลังเตรียมเปิดทำการที่เมียงดงเร็ว ๆ นี้ครับ และเพราะมีหลายท่านถือใบผลตรวจมาถามว่า "คะแนนแบบนี้ควรทำอะไรคะ" ผมจึงขอเรียบเรียงไว้ในเชิงให้ข้อมูลก่อนครับ

สิ่งที่ควรได้กลับไปจากการตรวจไม่ใช่คะแนน แต่เป็นประโยคที่บอกว่าขั้นต่อไปจะทำอะไรครับ เพราะต่อให้วัดด้วยเครื่องเดียวกันในวันเดียวกัน แต่ถ้าเงื่อนไขเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ตัวเลขก็สามารถคลาดเคลื่อนได้ครับ

ดังนั้น เวลาอ่านใบผลตรวจ สิ่งที่ต้องดูเป็นอันดับแรกจึงไม่ใช่แค่ว่าคะแนนสูงหรือต่ำ แต่ต้องดูว่าตัวเลขนั้นวัดมาจากอะไร หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเกณฑ์ในการดูผลได้ดีขึ้นนะครับ

เครื่องตรวจสภาพผิววัดอะไรจริง ๆ

เครื่องตรวจสภาพผิวส่วนใหญ่เป็นเครื่องที่แปลงสัญญาณซึ่งเก็บได้จากผิวชั้นนอกให้เป็นตัวเลขครับ

วิธีต่างกันไปตามเครื่อง แต่รายการที่ใช้กันบ่อยมีประมาณนี้ครับ

  • ความชุ่มชื้นและความมันสภาพของผิวชั้นนอกสุด ค่าจะขยับตามว่าเพิ่งล้างหน้าหรือผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
  • เม็ดสีฉายแสงความยาวคลื่นเฉพาะเพื่อให้บริเวณที่เมลานินรวมตัวเด่นขึ้นมา
  • ผิวแดงใช้วิธีเดียวกันดูสัญญาณฝั่งหลอดเลือด
  • รูขุมขนและริ้วรอยคำนวณความขรุขระจากภาพถ่ายกำลังขยาย

สิ่งสำคัญตรงนี้คือ ค่าเหล่านี้ ขยับตามเงื่อนไขของวันนั้น ครับ ความชื้นในห้อง ผลิตภัณฑ์ที่ทาไปก่อนหน้า นอนมามากน้อยแค่ไหน คนเดียวกันก็วัดได้ไม่เท่ากันครับ

ดังนั้นแทนที่จะตัดสินว่าตัวเลขเดียวดีหรือไม่ดี ควรอ่านควบคู่กับว่าเป็นค่าที่วัดในเงื่อนไขแบบใดครับ

ตัวเลขที่เรียกว่า 'อายุผิว' ควรมองอย่างไร

อายุผิวไม่ใช่ค่าที่วัดได้ แต่เป็น ค่าที่แปลงมา จากการนำหลายรายการมาคำนวณรวมกันครับ

เพราะสูตรคำนวณต่างกันไปตามผู้ผลิต วัดใบหน้าเดียวกันด้วยเครื่องอื่นจึงอาจได้อายุที่ต่างออกไปครับ เหตุที่มีคนบอกว่าเปลี่ยนคลินิกแล้วตัวเลขเปลี่ยนก็อยู่ตรงนี้ครับ

ดังนั้นตัวเลขนี้ อ่อนสำหรับใช้เทียบกับคนอื่น และพอใช้ได้สำหรับดูความเปลี่ยนแปลงเมื่อวัดซ้ำด้วยเครื่องเดิมในเงื่อนไขเดิมครับ

ถ้าหันทิศทางการเปรียบเทียบจากคนอื่นมาเป็นตัวเราครั้งก่อน ตัวเลขเดียวกันก็มีประโยชน์ขึ้นมากครับ

จุดที่ตัวเลขสร้างความกังวล

คะแนนถูกอ่านเป็นลำดับได้ง่าย และลำดับก็สร้างความรีบร้อนครับ

มีลำดับเหตุการณ์ที่เห็นบ่อยในห้องตรวจครับ คือ อยากลบรายการที่ได้คะแนนต่ำก่อน แล้วสุดท้ายกลายเป็นทำ หัตถการที่ยังไม่ถึงลำดับ ก่อนครับ

ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ถ้าเห็นคะแนนเม็ดสีต่ำแล้วไปเลเซอร์แรง ๆ เลย เม็ดสีอาจจางลงนิดหน่อยแต่รอยแดงและความบอบบางกลับอยู่นานขึ้นครับ

ตัวเลขบอกได้ว่า อะไรเด่น แต่ไม่ได้บอกว่า ควรทำอะไรก่อน ครับ ลำดับนั้นคนต้องเป็นผู้กำหนดครับ

การตรวจที่ดีให้ผลออกมาเป็นประโยค

สิ่งที่ควรเหลืออยู่ในมือเมื่อการตรวจจบลง ไม่ใช่ตารางคะแนน แต่เป็นประโยคที่ใช้กำหนดการกระทำถัดไปได้ครับ

รูปแบบประมาณนี้ครับ

  • ตอนนี้ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวก่อน แล้วค่อยดูเม็ดสี
  • เม็ดสีตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูแล แต่รอยแดงตรงนี้เฝ้าดูไปก่อนได้
  • ความขรุขระตรงนี้ไม่ใช่ขอบเขตที่หัตถการจัดการ แต่ใกล้ไปทางโครงกระดูก

ในประโยคมีทั้ง ลำดับ และ สิ่งที่จะไม่ทำ อยู่ด้วยกันครับ ตารางคะแนนไม่มีสองอย่างนี้ครับ

ตอนตรวจ ขอให้ถามอย่างน้อยเท่านี้ครับ

ไม่ว่าจะรับการตรวจที่ใด การถามสี่ข้อนี้จะทำให้ใบผลตรวจมีประโยชน์ขึ้นมากครับ

  • "ตอนนี้สิ่งที่ควรทำก่อนคืออะไรคะ"เป็นคำถามยืนยันลำดับครับ
  • "ตอนนี้อะไรที่ยังไม่ต้องทำก็ได้คะ"คำตอบนี้จะออกมาหรือไม่ คือจุดสำคัญครับ
  • "ค่านี้อาจเป็นเพราะสภาพร่างกายวันนี้ด้วยไหมคะ"เป็นการยืนยันเงื่อนไขครับ
  • "ครั้งหน้าดูอะไรก็พอคะ"เป็นการตั้งเกณฑ์เปรียบเทียบครับ

ถ้าจดคำตอบข้อที่สี่ไว้ ครั้งหน้าก็จะดูความเปลี่ยนแปลงด้วยเกณฑ์เดียวกันได้ครับ

ทำไมเครื่องต่างกันแล้วค่าจึงต่างกัน

ใบหน้าเดียวกันวัดด้วยเครื่องต่างกันแล้วได้ค่าต่างกัน เป็นเรื่องธรรมดาครับ

เพราะวิธีวัดและสูตรคำนวณต่างกันไปตามผู้ผลิตครับ ตอนดูเม็ดสีใช้ความยาวคลื่นใด แบ่งกี่ระดับ เฉลี่ยในช่วงกว้างแค่ไหน ล้วนต่างกันครับ

ดังนั้นเวลาย้ายคลินิก แทนที่จะเทียบตัวเลขตรง ๆ การนำคำอธิบายว่าอ่านรายการใดอย่างไรและเพราะอะไรไปด้วย จะมีประโยชน์กว่าครับ

ประโยคตีความที่เขียนไว้ในใบผลตรวจใช้ได้นานกว่าตัวเลขครับ

เวลากลับไปดูใบผลตรวจที่บ้าน

คำอธิบายที่ฟังในห้องตรวจจางเร็วกว่าที่คิดครับ

เพื่อให้ยังใช้ได้หลังกลับไป ขอแนะนำให้จดสามข้อนี้ไว้ตรงขอบกระดาษครับ

  • ลำดับที่ตกลงกันวันนี้จะเริ่มจากอะไร
  • สิ่งที่ตัดสินใจว่ายังไม่ทำและเพราะอะไรจึงเลื่อนไว้
  • รายการที่จะตรวจครั้งหน้าอีกไม่กี่เดือนจะกลับมาดูอะไร

มีสามบรรทัดนี้ การมาครั้งหน้าก็ต่อเนื่องกันครับ ถ้าไม่มี ก็ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งครับ

บางครั้งรูปภาพหนึ่งใบดีกว่าคะแนนครับ

วิธีที่ง่ายที่สุดในการยืนยันความเปลี่ยนแปลงคือ รูปที่ถ่ายในเงื่อนไขเดียวกัน ครับ

ที่เดิม แสงเดิม มุมเดิม และไม่แต่งหน้า จัดสี่อย่างนี้ให้ตรงกันก็เปรียบเทียบได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องครับ

รายการที่เปลี่ยนช้าอย่างเม็ดสีหรือความกระชับ ตัดสินด้วยความจำอย่างเดียวได้ยาก จึงควรเก็บรูปไว้หนึ่งใบตอนเริ่ม และอีกใบในสองสามเดือนถัดมาครับ

กรณีแบบนี้ไม่ต้องรีบตรวจก็ได้ครับ

พูดตามตรงนะครับ หากท่านเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง อาจยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ

  • ช่วงที่ผิวกำลังบอบบางเมื่อมีรอยแดงหรือขุยขึ้น ค่าจะออกมาต่างจากปกติครับ
  • ทันทีหลังหัตถการที่แรงค่าระหว่างฟื้นตัวใช้เป็นเส้นฐานได้ยากครับ
  • เมื่อยังไม่มีแผนจะตัดสินใจทำหัตถการจากผลตรวจถ้าเหลือแต่ตัวเลข ก็มีแต่ความกังวลที่โตขึ้นครับ

วัดตอนที่ผิวกลับสู่สภาพปกติแล้ว จะใช้เป็นเส้นฐานได้ด้วยครับ

  • ผลของการอ่านผิวคือ ลำดับ ไม่ใช่คะแนน
  • หัวใจคือ จะทำอะไรก่อนและเลื่อนอะไรไว้ทีหลัง
  • ตัวเลขอย่างเดียว ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำอะไร

คำถามที่พบบ่อย

Q. คะแนนต่ำแปลว่าสภาพแย่ขนาดนั้นเลยไหมคะ

A. มองแบบนั้นได้ยากครับ สูตรคำนวณต่างกันไปตามเครื่อง และค่าก็ขยับตามเงื่อนไขที่วัดด้วย ถ้ามีรายการที่ออกมาต่ำ ตรวจสอบเงื่อนไขของวันนั้นก่อนคือลำดับที่ถูกครับ

Q. เอาใบผลตรวจจากคลินิกอื่นไปได้ไหมคะ

A. นำไปด้วยจะช่วยได้ครับ เพียงแต่ถ้าเครื่องต่างกันก็เทียบตัวเลขตรง ๆ ได้ยาก และจะใช้สำหรับดูคำอธิบายว่าอ่านรายการใดอย่างไรและเพราะอะไรครับ

Q. ควรวัดบ่อยแค่ไหนคะ

A. แต่ละรายการเปลี่ยนด้วยความเร็วต่างกันครับ ความชุ่มชื้นและความมันขยับในรอบสั้น ส่วนเม็ดสีและความกระชับดูกันเป็นเดือน วัดบ่อยเกินไปจึงอ่านความต่างได้ยากครับ

Q. ตรวจอย่างเดียวได้ไหมคะ

A. ได้ครับ เพียงแต่อย่างที่เรียนไว้ การเรียบเรียงว่าจะทำอะไรก่อนและเลื่อนอะไรไว้แล้วค่อยกลับ จะเหลืออะไรมากกว่าการถือกลับไปแค่ตัวเลขครับ

คือลำดับ ไม่ใช่คะแนน

ผลลัพธ์ของการตรวจคือลำดับ ไม่ใช่คะแนนครับ ถ้ายังไม่ได้เรียบเรียงว่าจะทำอะไรก่อนและอะไรที่ตอนนี้ยังไม่ทำ ตัวเลขก็ยังไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้ได้ครับ

DA Clinic สาขาเมียงดงเตรียมเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ครับ ข่าวการเปิดและข้อมูลการเข้ารับบริการ เราจะแจ้งผ่านบล็อกและอินสตาแกรมก่อนครับ ^^

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ ผมคือ ผู้อำนวยการ Kwon Si-jin จาก DA Clinic สาขาเมียงดงครับ

บทความนี้เป็นบทความให้ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วไป ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล DA Clinic สาขาเมียงดงเตรียมเปิดให้บริการ (พ.ร.บ.การแพทย์ มาตรา 56)